วันแม่ เงินสะพัด 1.1หมื่นล้าน ของขวัญวันแม่ยอดนิยม “สลากกินแบ่งรัฐบาล”
อัปเดตเมื่อ: 6 สิงหาคม 2569 เวลา 22:29อ่าน 3 นาที

วันนี้ (6 ส.ค.2569) นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจ
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
“ทัศนคติและพฤติกรรมการใช้จ่ายของประชาชนในช่วงวันแม่” จากกลุ่มตัวอย่าง 1,432 คนทั่วประเทศ สำรวจระหว่างวันที่ 27 กรกฎาคม-3 สิงหาคม 2569 ผลสำรวจประเมินว่า วันแม่ปี 2569
จะมีเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจประมาณ 11,139.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.7% เมื่อเทียบกับปี 2568 ซึ่งมีเงินสะพัด 11,062.11 ล้านบาท และขยายตัว 1.9%
รายละเอียดเพิ่มเติม
โดยอัตราการขยายตัวปีนี้ถือว่าอยู่ในระดับต่ำ สะท้อนการใช้จ่ายอย่างระมัดระวังของประชาชน กว่าครึ่งคงงบเท่าเดิม เมื่อสอบถามงบประมาณการใช้จ่ายช่วงวันแม่เทียบกับปีก่อน พบว่า 54.3%
ระบุว่าจะใช้จ่ายไม่เปลี่ยนแปลง ขณะที่ 23% จะใช้จ่ายเพิ่มขึ้น และ 22.7% จะลดการใช้จ่าย กลุ่มที่เพิ่มงบให้เหตุผลว่าเป็นวันพิเศษ 53.1% รองลงมาคือ ราคาสินค้าหรือของขวัญสูงขึ้น 13.8%
รายได้เพิ่มขึ้น 11.9% และต้องการชดเชยจากปีก่อนที่ไม่ได้ไปหาแม่หรือให้ของขวัญลดลง 10% ส่วนกลุ่มที่ลดการใช้จ่ายระบุสาเหตุหลักจากค่าครองชีพและภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 30%
สถานการณ์ล่าสุด
ภาวะเศรษฐกิจไม่ดี 20.5% ต้องการประหยัด 17.6% รายได้ลดลง 11.6% และภาระหนี้สินตึงตัวมากขึ้น 11.4% ราคาสินค้ากระทบแผนใช้จ่ายเกือบ 80% ผลสำรวจพบว่า
ระดับราคาสินค้าและบริการในปัจจุบันมีผลต่อแผนการใช้จ่ายวันแม่รวม 78.9% แบ่งเป็นส่งผลมาก 36.1% ส่งผลปานกลาง 27.9% และส่งผลเล็กน้อย 14.9% ส่วนผู้ที่ระบุว่าไม่ส่งผลมีเพียง 21.1%
แนวทางปรับตัวที่ประชาชนเลือกมากที่สุดคือ งดการเดินทางท่องเที่ยว 69.6% รองลงมา ลดงบประมาณซื้อของขวัญ 34% เลือกร้านอาหารราคาถูกลง 31.6% และทำของขวัญด้วยตัวเอง 2.5%
มุมมองและผลกระทบ
สอดคล้องกับแผนเดินทางต่างจังหวัดที่ลดลงชัดเจน โดยมีเพียง 9.4% วางแผนพาแม่ไปเที่ยวต่างจังหวัด เทียบกับ 21.8% ในปี 2568 ส่วนใหญ่เลือกเดินทางแบบเช้าไปเย็นกลับ
ขณะที่กลุ่มที่ค้างคืนจะพักประมาณ 1-2 วัน สำหรับกิจกรรมยอดนิยม ในช่วงวันแม่ยังคงเป็นการพาแม่ไปรับประทานอาหาร คิดเป็น 52.1% รองลงมาคือ พาแม่ไปทำบุญ 36.6%
และพาแม่ไปทำกิจกรรมอื่นนอกบ้าน 33.1% อย่างไรก็ตาม สัดส่วนการทำกิจกรรมส่วนใหญ่ลดลงจากปีก่อน โดยการพาแม่ไปรับประทานอาหารลดลงจาก 59.3% การพาแม่ไปทำบุญลดลงจาก 44.5%
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
และการพาแม่ไปทำกิจกรรมนอกบ้านลดลงจาก 40.5% ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยสำหรับการพาแม่ไปรับประทานอาหารอยู่ที่ 2,374.89 บาท เพิ่มขึ้น 0.5% การพาแม่ไปทำบุญเฉลี่ย 1,315.03 บาท เพิ่มขึ้น
1.9% ขณะที่การพาแม่เที่ยวต่างจังหวัดแบบค้างคืนเฉลี่ย 12,311.32 บาท ลดลง 2.5% ส่วนการเที่ยวต่างจังหวัดแบบไม่ค้างคืนมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 3,287.10 บาท เพิ่มขึ้น 11.8%
และการทำกิจกรรมร่วมกันที่บ้านแม่เฉลี่ย 662.50 บาท ลดลง 5.7% คนไม่ซื้อของขวัญเพิ่มเป็น 40.9% ด้านพฤติกรรมการซื้อของขวัญ พบว่า ผู้ที่ไม่ซื้อของขวัญเลยเพิ่มขึ้นเป็น 40.9% จาก 29% ในปี
2568 ขณะที่การซื้อผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้นจาก…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส



