คลินิกบัตรทองร้อง "รักชนก" จี้สอบ สปสช. ขีดเส้น 31 ส.ค. ขู่หยุดรับผู้ป่วย
อัปเดตเมื่อ: 6 สิงหาคม 2569 เวลา 22:17อ่าน 3 นาที

วันนี้ (6 ส.ค.2569) ที่อาคารรัฐสภา นพ.จักร์ ช่วยบำรุง ตัวแทนกลุ่มสหภาพแรงงานคลินิกบัตรทอง พร้อมคณะ เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ น.ส.รักชนก ศรีนอก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร
เพื่อขอให้ตรวจสอบการบริหารจัดการและการใช้จ่ายงบประมาณของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) อย่างเร่งด่วน โดยเน้นย้ำถึงข้อสงสัยความไม่โปร่งใสใน 2 โครงการใหญ่ ได้แก่
รายละเอียดเพิ่มเติม
การอนุมัติโครงการฮอร์โมนข้ามเพศ วงเงิน 145 ล้านบาท และโครงการให้บริการระบบแพทย์ทางไกล (Telemedicine) ของ Clicknic Health คลินิกเวชกรรม เปิด 3 ประเด็นร้องเรียน นพ.จักร์ ระบุว่า
ข้อเรียกร้องหลักของสหภาพแรงงานฯ แบ่งออกเป็น 3 ประเด็นสำคัญ ประเด็นแรก ขอให้ตรวจสอบการอนุมัติงบประมาณโครงการฮอร์โมนข้ามเพศ มูลค่า 145 ล้านบาท ของ สปสช. และกระทรวงสาธารณสุข
ซึ่งกลุ่มผู้ร้องเรียนมองว่าไม่ใช่โครงการที่มีความจำเป็นหรือเร่งด่วนในสภาวะปัจจุบัน แต่กลับได้รับการอนุมัติในช่วงเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ขณะที่งบประมาณด้านการรักษาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง
สถานการณ์ล่าสุด
(NCDs) กลับถูกปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง ประเด็นที่สอง ขอให้ตรวจสอบการเบิกจ่ายงบประมาณในโครงการ Telemed ของ Clicknic Health คลินิกเวชกรรม (รหัสหน่วยบริการ 42969)
ซึ่งให้บริการผ่านแอปพลิเคชัน Clicknic หลังพบพฤติการณ์สงสัยว่าอาจมีการไซฟอนเงินและทุจริตเชิงโครงสร้างที่ชัดเจนที่สุดในรอบ 20 ปี นับตั้งแต่จัดตั้ง สปสช.
โดยพบข้อมูลการโอนเงินสูงผิดปกติถึง 2–8,000,000 บาท/สัปดาห์ ซึ่งสูงกว่าหน่วยบริการ Telemedicine รายอื่นและคลินิกทั่วไปหลายเท่าตัว แต่กลับไม่เคยถูกชะลอการจ่ายเงิน
มุมมองและผลกระทบ
เพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบตามขั้นตอนปกติ นอกจากนี้ ยังขอให้ตรวจสอบการนำระบบ Telemed ไปใช้ในห้องพยาบาลโรงเรียนมัธยม ที่มีการอ้างเบิกจ่ายยาแต้มสิวและน้ำตาเทียม
ซึ่งอาจส่งผลให้นักเรียนเสียโอกาสในการได้รับการตรวจรักษาจริงจากแพทย์ ประเด็นที่สาม ขอให้ตรวจสอบการปรับลดงบประมาณ และการเปลี่ยนหลักเกณฑ์ของคลินิกบัตรทองนวัตกรรม
ที่ดูแลผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูง ซึ่งสะท้อนถึงการขาดธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการงบประมาณสาธารณสุขของประเทศ สปสช.
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ปรับเกณฑ์ซ้ำซ้อน ลดค่าตรวจเหลือ 180 บาท ทำขาดทุนหนัก ตัวแทนกลุ่มสหภาพแรงงานฯ เล่าถึงความเป็นมาว่า เดิมคลินิกของตนเป็นคลินิกเอกชนทั่วไป ก่อนจะตัดสินใจเข้าร่วมเป็น
"คลินิกบัตรทองนวัตกรรม" เมื่อเดือน ก.พ.2568 เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระความแออัดในโรงพยาบาลและรองรับผู้ป่วย ที่ไม่ได้รับยาจากคลินิกปฐมภูมิ
ซึ่งประสบปัญหาขาดสภาพคล่องจนบางแห่งจ่ายยาไม่ครบหรือต้องปิดกิจการ โดยในแรกเริ่ม สปสช. ชี้แจงว่าจะจ่ายค่าบริการในอัตรา 320 บาท/ครั้ง และไม่จำกัดจำนวนครั้งในการเข้ารับบริการ
อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้น สปสช. ได้มีการเปลี่ยนแปลงประกาศ และเงื่อนไขการจ่ายเงินหลายครั้ง โดยเมื่อวันที่…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส



