"มิน ออง ไลง์" ชูเมียนมาศูนย์กลางโลจิสติกส์ 3 ภูมิภาค ชวนไทยร่วมลงทุน
อัปเดตเมื่อ: 6 สิงหาคม 2569 เวลา 23:02อ่าน 3 นาที

วันนี้ (6 ส.ค.2569) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พล.อ.อาวุโส มิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา ได้เดินทางเยือนประเทศไทยและเป็นประธานร่วมในพิธีเปิดงาน "Thailand - Myanmar
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
Business Forum 2026" ในโอกาสนี้ ผู้นำเมียนมาได้กล่าวขอบคุณและส่งความสวัสดีอันเป็นมงคลอย่างยิ่งไปยัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยผู้แทนรัฐบาล คณะนักธุรกิจ
และพันธมิตรทางเศรษฐกิจของทั้ง 2 ประเทศที่เข้าร่วมการประชุม
รายละเอียดเพิ่มเติม
โดยระบุว่ารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้กล่าวสุนทรพจน์ในเวทีที่มีความสำคัญต่อการส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนระหว่างกัน ทั้งนี้
ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในคู่ค้าที่สำคัญที่สุดของเมียนมามาโดยตลอด โดยเมียนมามีการส่งออกก๊าซธรรมชาติ สินค้าประมง ผลิตภัณฑ์เกษตร และสิ่งทอมายังไทย
ขณะเดียวกันก็พึ่งพาการนำเข้าเครื่องจักร อุปกรณ์อุตสาหกรรม ยารักษาโรค และสินค้าอุปโภคบริโภคจากประเทศไทย
สถานการณ์ล่าสุด
ซึ่งห่วงโซ่การค้านี้ได้ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศและภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง ชูยุทธศาสตร์แนวชายแดน 2,400 กม. เร่งปราบปรามการค้าผิดกฎหมาย พล.อ.อาวุโส มิน ออง ไลง์
ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของแนวชายแดนไทย-เมียนมาที่มีความยาวมากกว่า 2,400 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่ลุ่มน้ำโขงจนถึงน่านน้ำทะเลอันดามันทางตอนใต้ โดยมีจุดผ่านแดนสำคัญ อาทิ
เมียวดี-แม่สอด และ ท่าขี้เหล็ก-แม่สาย เป็นเส้นเลือดใหญ่ของการค้าชายแดน อย่างไรก็ตาม จากปริมาณการค้าที่เติบโตขึ้น รัฐบาลทั้ง 2
มุมมองและผลกระทบ
ฝ่ายจำเป็นต้องบูรณาการความร่วมมือเพื่อป้องกันและปราบปรามการค้าผิดกฎหมาย การซุกซ่อนสินค้าไม่ได้มาตรฐาน และยารักษาโรคปลอมแปลง ซึ่งนอกจากจะสร้างความเสียหายต่อรายได้แผ่นดินของทั้ง 2
ประเทศแล้ว ยังเป็นอันตรายร้ายแรงต่อสุขอนามัยของผู้บริโภค จึงขอเชิญชวนทั้งภาคประชาชนและภาคธุรกิจให้ร่วมมือกับภาครัฐในการเป็นหูเป็นตาและสกัดกั้นปัญหาดังกล่าว ประกาศดันเมียนมาเป็น
"แลนด์บริดจ์" เชื่อม 3 ภูมิภาค ปัจจุบันประเทศไทยเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่อันดับ 5 ในเมียนมา มีโครงการลงทุนสะสม 103 โครงการ คิดเป็นมูลค่ากว่า 4,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในสาขาพลังงาน การผลิต
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
เกษตรกรรม และการขนส่ง ผู้นำเมียนมาได้ฉายภาพวิสัยทัศน์ทางยุทธศาสตร์ว่า เมียนมาตั้งอยู่ในจุดศูนย์กลางทางภูมิศาสตร์ที่เป็นเหมือน "สะพานเชื่อมทางบก" หรือแลนด์บริจด์
เชื่อมต่อระหว่างเอเชียตะวันออก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเอเชียใต้ รวมถึงเป็นจุดเชื่อมโยงทางน้ำระหว่างมหาสมุทรแปซิฟิกและมหาสมุทรอินเดีย ด้วยเหตุนี้
เมียนมาจึงกำลังเร่งผลักดันโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษสำคัญ เช่น ติลาวา จอกพยู และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง "เขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย" รวมถึงโครงการท่าเรือน้ำลึกทวาย
ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับประเทศไทยมากที่สุด เพื่อเป็นประตูส่งออกสินค้าของไทยไปสู่ตลาดเอเชียใต้และเอเชียตะวันตกในราคาต้นทุนที่ต่ำลง เปิดประตูรับทุนไทยลุยอุตสาหกรรม อัดโปรเว้นภาษี
นอกจากภาคการเกษตรที่เป็นฐานรากหลักแล้ว เมียนมากำลังเปิดรับการลงทุนในอุตสาหกรรม…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส



