"อนุทิน" หารือ "มิน ออง ไลง์" ลงนามความร่วมมือแรงงาน-จัดการคุณภาพน้ำ-เทคโนโลยี
อัปเดตเมื่อ: 6 สิงหาคม 2569 เวลา 20:21อ่าน 3 นาที

วันนี้ (6 ส.ค.2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย และนายมิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ได้หารือข้อราชการกลุ่มเล็ก
ประเด็นสำคัญ
ก่อนหารือเต็มคณะในโอกาสเยือนไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อสานต่อความร่วมมือทวิภาคีในทุกมิติ พร้อมผลักดันความร่วมมือด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน พลังงาน การพัฒนา
และการแก้ไขปัญหาข้ามแดน เพื่อประโยชน์ร่วมกันของประชาชนทั้งสองประเทศ โดยนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวแสดงความยินดีต่อการเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีของเมียนมา
รายละเอียดเพิ่มเติม
และเลือกเยือนไทยเป็นหนึ่งในประเทศแรก ๆ ภายหลังเข้ารับตำแหน่ง สะท้อนถึงมิตรภาพอันใกล้ชิดและความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศ ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นเพื่อนบ้านที่ดี
ความไว้เนื้อเชื่อใจ และความผูกพันของประชาชนทั้ง 2 ประเทศ โดยไทยพร้อมสนับสนุนการมีส่วนร่วมของเมียนมาในอาเซียน และร่วมกันสานต่อความร่วมมือ เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของทั้งสองประเทศ
ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะรักษาแรงขับเคลื่อนเชิงบวกในความสัมพันธ์ทวิภาคี ผ่านการหารือและการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงอย่างต่อเนื่อง
สถานการณ์ล่าสุด
พร้อมผลักดันการดำเนินงานตามแถลงการณ์ร่วมให้เกิดผลเป็นรูปธรรม รวมทั้งส่งเสริมความร่วมมือระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติของทั้งสองประเทศ ด้านการเมืองและความมั่นคง นายกรัฐมนตรี
กล่าวถึงความสำคัญของการรักษาความสงบเรียบร้อยและเสถียรภาพตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา พร้อมเสนอให้ยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคง การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะยาเสพติด
การหลอกลวงทางออนไลน์ และการฟอกเงิน ตลอดจนเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทั้งสองประเทศ เพื่อยกระดับความปลอดภัยของประชาชนและพื้นที่ชายแดนร่วมกัน
มุมมองและผลกระทบ
นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงความร่วมมือทางเศรษฐกิจว่า เป็นหนึ่งในเสาหลักของความสัมพันธ์ไทย-เมียนมา พร้อมยินดีต่อการกลับมาเปิดใช้จุดผ่านแดนสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาแห่งที่ 2 (แม่สอด-เมียวดี)
และเสนอให้ทั้งสองฝ่ายเร่งลดอุปสรรคด้านกฎระเบียบ อำนวยความสะดวกการค้าชายแดน และพัฒนาความเชื่อมโยงด้านคมนาคม เพื่อฟื้นฟูบรรยากาศการค้าและเศรษฐกิจชายแดนให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง
นอกจากนี้ ไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมด้านการค้า (JTC) ภายในปีนี้ พร้อมเสนอให้สานต่อความร่วมมือด้านพลังงาน ส่งเสริมการลงทุนของภาคเอกชน
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
พัฒนากลไกการชำระเงินระหว่างกัน และผลักดันการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงไทย-เมียนมา-ภูมิภาค เพื่อยกระดับการค้า การลงทุน และสร้างการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน
นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงความสัมพันธ์ด้านแรงงานว่า ยินดีต่อการลงนามความร่วมมือด้านแรงงานระหว่างไทย-เมียนมา พร้อมย้ำความสำคัญของแรงงานเมียนมาต่อเศรษฐกิจไทย และยืนยัน
ความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการคุ้มครองสิทธิและสวัสดิการของแรงงาน รวมทั้งส่งเสริมการจ้างงานที่ถูกต้องตามกฎหมายผ่านความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างทั้งสองประเทศ ด้านสิ่งแวดล้อม
นายกรัฐมนตรีร…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส



