The Next Bigshot = Bitcoin (BTC) ? … Hear me out.
อัปเดตเมื่อ: 20 สิงหาคม 2569 เวลา 17:45อ่าน 3 นาที

ทุกวันนี้สินทรัพย์แต่ละตัวเคลื่อนไหวเร็วและแรงมาก … ทั้งหุ้น สหรัฐฯ ที่ทำ All-time high, หุ้นเกาหลีที่วิ่งขึ้นและลงแบบรถไฟเหาะจากการ leverage ของนักลงทุนยุคใหม่, ราคาทองคำที่รีบาวน์กลับมาใกล้ US$4500/oz ขนาดหุ้นไทยยังทำทรงจะไปทดสอบ 1,700 จุด …
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ตอนนี้ยังมีอะไรถูก / มีอะไรยังพอซื้อได้บ้าง ?
คำตอบผมนะ ผมคิดว่ามันคือ Bitcoin (BTC) Not Financial Advice แบบฟินฟลูการเงินนะครับ อิอิ แต่ Hear me Out. ประการแรก: Downcycle ของ Bitcoin (ขึ้น 3 ปี ลง 1 ปี) ผ่านมาแล้วกว่าครึ่งทาง หากใครเป็นสาย Crypto น่าจะทราบถึง Crypto Winter หรือ วัฎจักร 4 ปี ของ Bitcoin (ขึ้น 3 ปี ลง 1 ปี) และ ใช่ครับปี 2026 คือ ปีที่ลง 1 ปี พอดิบพอดี และ ผ่านมากว่าครึ่งทางของปี 2026 เรียบร้อยแล้ว มากไปกว่านั้น หากดูอีกมุม ถ้าเราพิจารณาจากรูป Bitcoin Holder Realized Price หรือ ต้นทุนราคาการถือครอง Bitcoin ของแต่ละประเภทบุคคล, นักลงทุน (ราคาต้นทุนของนักลงทุนระยะสั้น ราคาต้นทุนของนักลงทุนระยะยาว และ ราคาต้นทุนของนักลงทุนทั้งหมด) เราจะพบว่า ราคาของ Bitcoin ปัจจุบัน เทียบเท่าหรือแทบจะใกล้กับราคาต้นทุนของนักลงทุนระยะสั้น และ ห่างจากราคาต้นทุนของนักลงทุนระยะยาวอีกไม่ไกลเท่าไหร่ หรือ ราว US$10K+/- ถือว่าถูกมากครับ เมื่อเทียบกับช่วงปี 2024 และ 2025 ที่ส่วนต่างราคา Bitcoin กับราคาต้นทุนของนักลงทุนระยะยาวห่างกับเกือบราว US$50K+/- ประการที่สอง: BTC/Gold Ratio ต่ำสุดในรอบ 3 ปี (เทียบเท่าปี 2022, 2023) เราดูในเชิงของตนเองไปแล้ว (ราคา และ Pattern ของ Bitcoin เองในอดีต) คราวนี้เรามาดูกันในเชิงเปรียบเทียบกันบ้าง … แน่นอนครับ ต้องเปรียบกับคู่แข่งตลอดกาลอย่าง “ทองคำ” … ดูสิ้ ทองคำ กับ ทองคำดิจิทัล ใครจะแน่กว่ากัน ผมนำภาพ BTC/Gold ratio มาให้ดูครับ หรือ ภาพสัดส่วนที่กำลังจะบอกว่า Bitcoin เทียบกับราคาทองคำ … อะไร และ ใคร ถูกแพงกว่ากันแค่ไหน …
รายละเอียดเพิ่มเติม
…
ซึ่งเราจะเห็นว่า Ratio ดังกล่าวต่ำที่สุดในรอบ 3 ปี หรือ พูดง่ายๆ ราคา Bitcoin ถูกมากเมื่อเทียบกับ ราคา ทองคำ และ ถูกที่สุดใน รอบ 3 ปี ประการสุดท้าย: US Yields 30 ปี สหรัฐฯ ทะลุ 5.25% ทำ New high รอบ 19 ปี และ สุดท้าย หนีไม่พ้น คือ ประเด็นเศรษฐกิจครับ เพราะ ปัจจุบัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯทะลุ 5.25% ทำจุดสูงสุดใหม่ หรือ New high รอบ 19 ปี ตั้งแต่ปี 2007 เรียบร้อยแล้ว … สะท้อนความไม่เชื่อมั่นต่อการถือพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวของสหรัฐฯ และ ชัดเจนครับว่าถึงแม้จะให้ Yields 5%++ … คนก็ไม่ถืออยู่ดี จนล่าสุด กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ถึงขนาดต้องประกาศเพิ่มขนาดการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลมากกว่าสองเท่า เพื่อดูดซับแรงขายพันธบัตรตัวยาว ซึ่งผมว่าขอนี้ชัดนะครับ เพราะว่าเหตุการณ์นี้ คนไม่มั่นใจพันธบัตรตัวยาว ย้ำว่าตัวยาว ของสหรัฐฯ และ เพื่อนๆลองถามตัวเองดูว่า สินทรัพย์ใดเกิดมาเพื่อแทนที่การถือเงินดอลลาร์, พันธบัตรสหรัฐฯ… มันก็คือ Bitcoin ยังไงล่ะ ……
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



