เปิดตัว ‘Quantum Club Thailand’ ผนึกกำลังรัฐ-เอกชน-นักวิจัย วางรากฐานระบบนิเวศควอนตัมไทย
อัปเดตเมื่อ: 4 สิงหาคม 2569 เวลา 13:57อ่าน 3 นาที

เปิดตัว ‘Quantum Club Thailand’ ผนึกกำลังรัฐ-เอกชน-นักวิจัย วางรากฐานระบบนิเวศควอนตัมไทย ชูสร้างคน-ดันวิจัยสู่ใช้จริง เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ที่อาคารทรู ดิจิทัล พาร์ค
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
กรุงเทพมหานคร นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดตัว “Quantum Club Thailand”
แพลตฟอร์มความร่วมมือด้านเทคโนโลยีควอนตัมระดับประเทศ ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่างกระทรวง อว. บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด บริษัท อไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป จำกัด บริษัท ทรู
รายละเอียดเพิ่มเติม
คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เครือข่ายความร่วมมือด้านเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศไทย (QTRic) และ qBraid จากสหรัฐอเมริกา นายยศชนันเปิดเผยว่า
เทคโนโลยีควอนตัมเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของรัฐบาลในการยกระดับประเทศไทยสู่ประเทศรายได้สูงด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม
ซึ่งขอชื่นชมภาคเอกชนที่เข้ามาร่วมลงทุนตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพราะเทคโนโลยีควอนตัมยังเป็นเรื่องใหม่และมีความเสี่ยงสูง ที่ผ่านมาภาครัฐจะเป็นผู้เริ่มลงทุน แต่ครั้งนี้ภาคเอกชน
สถานการณ์ล่าสุด
ทั้งเครือซีพี ทรู และพันธมิตร ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการสร้างระบบนิเวศร่วมกัน ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของประเทศ นายยศชนันกล่าวว่า นอกจากนี้
รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับงานวิจัยโดยเริ่มต้นด้วย 3 โครงการเรือธง ได้แก่ Quantum Academy Thailand, Quantum Industry Lab และ Quantum Innovation Challenge
เพื่อวางรากฐานระบบนิเวศควอนตัมของประเทศไทย และผลักดันประเทศสู่การเป็น ผู้ร่วมสร้างเทคโนโลยีและนวัตกรรมควอนตัมในเวทีโลก ซึ่งล้วนเชื่อมโยงกับการพัฒนา AI เพราะการทำให้ AI
มุมมองและผลกระทบ
มีศักยภาพมากขึ้น จำเป็นต้องอาศัยข้อมูลจำนวนมหาศาล ทั้งข้อมูลจากเซ็นเซอร์บนพื้นดิน ข้อมูลชีวภาพ ข้อมูลด้านการแพทย์ เกษตร และข้อมูลจากอวกาศ
จึงต้องมีโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผลที่มีประสิทธิภาพสูง โดยคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูง (HPC) เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ
ทำให้เทคโนโลยีควอนตัมจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการรองรับการคำนวณและการวิเคราะห์ข้อมูลในอนาคต นายยศชนันระบุด้วยว่า ประเทศไทยต้องสร้างความเข้มแข็งด้านข้อมูลและเทคโนโลยีของตนเอง
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ทั้งด้านอวกาศ พลังงาน และควอนตัม เพื่อสร้างความมั่นคงทางเทคโนโลยีในระยะยาว นอกจากนี้ประเทศไทยยังมีพื้นฐานบุคลากรที่แข็งแกร่ง ทั้งนักเรียนโอลิมปิกวิชาการ นักวิจัย และมหาวิทยาลัย
จึงควรต่อยอดศักยภาพดังกล่าวไปสู่เทคโนโลยีขั้นสูง อาทิ โฟโตนิกส์ เซมิคอนดักเตอร์ และ Quantum Computing ซึ่งสิ่งสำคัญคือ การสร้างระบบนิเวศครบวงจร ตั้งแต่นักวิจัย มหาวิทยาลัย
ภาคอุตสาหกรรม หน่วยงานกำกับดูแล นักลงทุน Venture Capital และ Angel Fund รวมถึงเชื่อมโยงเครือข่ายกับต่างประเทศ เพื่อให้สตาร์ทอัพไทยสามารถเติบโตในตลาดโลก ทั้งนี้ กระทรวง
อว.ได้จัดตั้งกลไกคณะกรรมการด้านเทคโนโลยีควอนตัมเพื่อเชื่อมโยงการทำงานกับกว่า 10 กระทรวง พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการและสตาร์ทอัพด้าน Deep Tech ผ่า…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



