เลขาธิการอาเซียนหนุนไทย นั่งประธานอาเซียนปี 2028 เข้าใจไทยปมพิพาทกัมพูชา
อัปเดตเมื่อ: 4 สิงหาคม 2569 เวลา 22:36อ่าน 3 นาที

วันนี้ (4 ส.ค.2569) ที่สำนักเลขาธิการอาเซียน กรุงจาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย หารือกับ นายเกา กิม ฮวน เลขาธิการอาเซียน
ประเด็นสำคัญ
ในระหว่างการเยือนอินโดนีเซีย อย่างเป็นทางการ นายอนุทิน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไทยมีความมุ่งมั่นในการสร้างอาเซียนที่เป็นหนึ่งเดียว และมีบทบาทที่โดดเด่นในเวทีโลก
อีกทั้งพร้อมสนับสนุนการดำเนินงานของสำนักเลขาธิการอาเซียนในทุกด้าน เพื่อประชาคมอาเซียนที่แข็งแกร่ง ซึ่งตนตั้งใจจะเข้าร่วมการประชุมอาเซียน ที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์
รายละเอียดเพิ่มเติม
ในปลายปีนี้ด้วย พร้อมย้ำถึงแนวทางของไทย ในการสนับสนุนอาเซียนที่เป็นหนึ่งเดียว โดยปลายสัปดาห์นี้ ไทยจะให้การต้อนรับ พล.อ.อาวุโส มิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมาที่ทำเนียบรัฐบาล
ขณะที่ นายเกา กิม ฮวน เลขาธิการอาเซียน ชื่นชมความสำเร็จการเดินทางเยือนอินโดนิเซีย อย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรี เป็นการตอกย้ำบทบาทไทยต่ออาเซียน
และยืนยันพร้อมสนับสนุนการเป็นประธานอาเซียนของไทยในปี 2028 ทั้งนี้ อาเซียนอยู่ในช่วงการเปลี่ยนแปลง ซึ่งต้องอาศัยเจตนารมณ์ทางการเมืองที่แรงกล้าของผู้นำ เช่น ผู้นำไทย
สถานการณ์ล่าสุด
เพี่อส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพของอาเซียน และเพื่ออาเซียนที่เข้มแข็ง stronger ASEAN โดยระหว่างการสนทนา นายกรัฐมนตรี ยังได้กล่าวถึงการแก้ไขสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ไทย
ยึดมั่นการใช้กลไกตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล UNCLOSทั้งสองประเทศเป็นสมาชิก UNCLOS จึงสามารถใช้เป็นแนวทางเจรจาระหว่างกันได้
แต่น่าเสียใจอย่างยิ่งที่กัมพูชาตัดสินใจเลือกกระบวนการประนอมภาคบังคับ (Compulsory Conciliation) แทน โดยผลลัพธ์ไม่มีผูกพันธ์กับประเทศขอปรึกษา ทั้งนี้
มุมมองและผลกระทบ
เลขาธิการอาเซียนเข้าใจถึงสถานการณ์ ยืนยันอาเซียนควรร่วมเป็นหนึ่งเดียว และหวังทุกอย่างจะมีโอกาสพัฒนาได้ดีขึ้น เพราะ ไทย- กัมพูชา เป็นเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดต่อกัน นอกจากนี้
นายกรัฐมนตรีฯ กล่าวปาฐกถาพิเศษในงาน Indonesia–Thailand Business Forum ภายใต้หัวข้อ “Advancing the Indonesia–Thailand Strategic Partnership: Building Integrated Value Chains in
Industry, Services, and Halal Economy” จัดโดยหอการค้าไทยในอินโดนีเซีย ร่วมกับสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมอินโดนีเซียกว่า 300 คน ร่วมงาน ว่า ไทยและอินโดนีเซีย ยกระดับจาก คู่ค้า สู่
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
หุ้นส่วนร่วมสร้าง เชื่อมโยงการผลิต การลงทุน เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อสร้างห่วงโซ่คุณค่าที่แข็งแกร่ง และขยายโอกาสทางเศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียน นายกรัฐมนตรีระบุว่า
ไทยและอินโดนีเซียควรเชื่อม“แผ่นดินใหญ่–หมู่เกาะเข้าด้วยกัน โดยใช้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิต และอินโดนีเซียเป็นตลาดขนาดใหญ่และประตูเศรษฐกิจทางทะเล และจากการหารือกับประธานาธิบดีปราโบโว
ซูบียันโต ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันว่า ต้องเพิ่มโอกาสให้ประชาชน ผู้ประกอบการ และนักลงทุนของทั้งสองประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน นายกรัฐมนตรีย้ำว่า
การรวมตัวทางเศรษฐกิจอาเซียนที่ลึกขึ้น…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส



