นพดล เร่งถอดบทเรียน เหตุยิงในโรงเรียน ชูนโยบาย ‘อนุทิน-กิตติ์รัฐ’ ควบคุมอาวุธปืน
อัปเดตเมื่อ: 8 สิงหาคม 2569 เวลา 12:30อ่าน 3 นาที

“นพดล” เร่งถอดบทเรียน เหตุยิงในโรงเรียน ชูนโยบาย “อนุทิน-กิตติ์รัฐ” ขับเคลื่อนควบคุมปืน ผลักดัน อาสาสมัครตำรวจบ้านยุคใหม่ ฟื้นความเชื่อมั่น ป้องกันก่อเหตุซ้ำ ทศน.
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
รีบสร้างเครือข่ายความปลอดภัยทั่วไทย เชื่อม ตร.-โรงเรียน-ครอบครัว-ชุมชน-ท้องถิ่น-อาสาสมัครฯ ทำงานระบบเดียวกัน 8 ส.ค. 69 – ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา กรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ
(ก.ต.ช.) ผู้แทนภาคประชาชน และอาจารย์ประจำหลักสูตรปริญญาโท วิชานวัตกรรมสันติภาพ คณะรัฐประศาสนศาสตร์ วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม กล่าวถึงเหตุการณ์ยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์นนทบุรี ว่า
รายละเอียดเพิ่มเติม
เป็นอีกเหตุการณ์หนึ่ง ที่สะเทือนความรู้สึกของสังคมไทยอย่างยิ่ง เพราะโรงเรียน ควรเป็นพื้นที่ที่เด็กและเยาวชนรู้สึกปลอดภัยที่สุด
แต่เมื่อสถานที่ซึ่งควรเต็มไปด้วยการเรียนรู้และความหวัง กลับกลายเป็นพื้นที่ของความหวาดกลัว เหตุการณ์นี้ จึงไม่ได้ตั้งคำถามเพียงว่า “ตำรวจจะรับมือกับเหตุร้ายอย่างไร”
แต่ยังตั้งคำถามที่ใหญ่กว่านั้นว่า “เราจะทำอย่างไรไม่ให้เหตุเช่นนี้เกิดขึ้นอีก” ผศ.ดร.นพดล กล่าวว่า สำหรับตน คำตอบหนึ่งที่สำคัญมาก คือ
สถานการณ์ล่าสุด
เราต้องเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องความปลอดภัยจากเดิมที่มองว่า เป็นหน้าที่ของตำรวจฝ่ายเดียว ไปสู่แนวคิดว่า “ตำรวจและประชาชนเป็นหุ้นส่วนความปลอดภัย” เพราะในโลกความเป็นจริง
ตำรวจไม่อาจอยู่ได้ทุกมุมถนน ทุกโรงเรียน ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล หรือทุกสถานที่ที่มีประชาชนรวมตัวกันจำนวนมาก แต่ ประชาชน อยู่ตรงนั้นอยู่แล้ว และคนในชุมชน
รู้จักพื้นที่ของตนเองดีที่สุด หากคนเหล่านี้มีความรู้ มีระบบประสานงาน และมีช่องทางเชื่อมต่อกับตำรวจ อย่างถูกต้อง พวกเขาย่อมกลายเป็นกำลังสำคัญในการป้องกันเหตุ
มุมมองและผลกระทบ
ก่อนที่เหตุร้ายจะพัฒนาไปถึงจุดที่แก้ไขไม่ทัน ผศ.ดร.นพดล กล่าวด้วยว่า ตนได้มีโอกาสสัมผัสงานด้านการจัดการความเสี่ยงตั้งแต่ปี 2567 ในช่วงที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ดำรงตำแหน่ง
รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มีการเปิดพื้นที่ให้ภาคประชาชน เข้ามามีส่วนร่วมในหลักสูตรการป้องกันคนร้ายก่อเหตุใช้อาวุธปืนในพื้นที่เปราะบาง หรือ Soft Target
ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า โรงเรียน โรงพยาบาล สถานบันเทิง และสถานที่สาธารณะ ที่มีประชาชนจำนวนมาก แนวคิดสำคัญในเวลานั้น ไม่ได้อยู่ที่การทำให้ประชาชน กลายเป็นตำรวจ แต่คือ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
การทำให้ประชาชน “รู้เท่าทันภัย รู้วิธีแจ้งเหตุ รู้วิธีเอาตัวรอด และรู้วิธีประสานกับตำรวจ” เพื่อให้ทุกพื้นที่มีความพร้อมมากขึ้นก่อนเกิดวิกฤต ผศ.ดร.นพดล กล่าวว่า
วันนี้การมีส่วนร่วมของภาคประชาชน จึงเป็นเรื่องจำเป็นต่อความปลอดภัยที่ต้องถูกยกระดับขึ้นเป็นทิศทางเชิงนโยบายของประเทศ ผ่านแนวคิด “อาสาสมัครตำรวจบ้านยุคใหม่”
และนโยบายควบคุมอาวุธปืนของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และได้รับการขับเคลื่อนต่อ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ สะท้อนภาพของการเชื่อมโยงระหว่าง
“ผู้นำฝ่ายนโยบาย” กับ “ผู้นำฝ่ายปฏิบัติ” ให้เดินไปในทิศทางเดียวกัน คือการนำประชา…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ข่าวสด



