รบ.แจงคดีโกงสอบท้องถิ่นไม่จบแค่ถอดถอนชื่อ ลุยสาวถึงขบวนการ
อัปเดตเมื่อ: 8 สิงหาคม 2569 เวลา 21:02อ่าน 3 นาที

วันนี้ (8 ส.ค.2569) น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงแนวทางของรัฐบาล ในการแก้ไขปัญหาการทุจริตสอบข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ว่าไม่ได้จำกัดวง
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
เพียงแค่การถอดถอนรายชื่อผู้สอบที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต 5,925 ราย "ยืนยันการดำเนินการสอบสวนหาตัวผู้ร่วมกระทำการ เพื่อทำความจริงให้ปรากฏ คืนความถูกต้องและเป็นธรรมแก่ผู้เสียโอกาส
เรื่องดังกล่าวนายกรัฐมนตรีกำชับให้ทุกหน่วยงานดำเนินการตามหลัก “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม" ไม่ว่าจะเป็นใคร หากเกี่ยวข้องกับการทุจริต ต้องถูกดำเนินคดีทั้งหมด" ทั้งนี้ มีการจัดการ 3
รายละเอียดเพิ่มเติม
ส่วนด้วยกัน คือ 1. การถอดถอนชื่อผู้สอบที่เกี่ยวกับการทุจริต กระทรวงมหาดไทยดำเนินการถอดถอนรายชื่อ 5,295 ราย หลังพบว่ามีการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น
ซึ่งทุกอย่างได้สรุปจบในการประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) และเมื่อวันที่ 6 ส.ค.2569 รายงานให้คณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง)
รับทราบ เพื่อส่งต่อไปยังคณะกรรมการพนักงานส่วนท้องถิ่นระดับจังหวัด (ก.จังหวัด) สำหรับตำแหน่งที่ว่างลงหลังการถอดถอน ทาง กสถ. จะต้องหารือถึงแนวทางปฏิบัติ
สถานการณ์ล่าสุด
ทั้งการประกาศบัญชีใหม่และการเลื่อนบัญชีผู้สอบแข่งขันรายอื่นขึ้นมาทดแทน 2. การดำเนินคดีอาญา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกผู้ต้องหา จำนวน 13 ราย แบ่งเป็น 2 กลุ่ม
คือกลุ่มที่โดนข้อหา ได้แก่ 1)ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ 2) เป็นเจ้าพนักงานปลอมเอกสารราชการโดยอาศัยตำแหน่งหน้าที่
3)เป็นเจ้าพนักงานรับรองหลักฐานอันเป็นเท็จในเอกสารราชการ 4)ร่วมกันเอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายซึ่งเอกสารของผู้อื่น 5)ร่วมกันปลอมเอกสารราชการ และ 6)
มุมมองและผลกระทบ
ร่วมกันเปิดผนึกหรือนำเอกสารที่ปิดผนึกของผู้อื่นไปเพื่อล่วงรู้ข้อความ ซึ่งมีอดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มศว.
อยู่ในกลุ่มนี้ อีกลุ่มหนึ่ง มี 11 ราย ที่ร่วมกระทำผิดแก้ไขกระดาษคำตอบ ถูกดำเนินคดีในข้อหา อั้งยี่ ซ่องโจร ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 188 และ
พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ ทั้งนี้ เมื่อพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหาครบถ้วน จะสามารถสรุปสำนวนส่งให้ ป.ป.ช.
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ดำเนินการไต่สวนตามขั้นตอนได้ภายในวันที่ 12 ส.ค.นี้ ในส่วนของเส้นเงิน ปปง. อยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบเส้นทางการเงินและกลุ่มเป้าหมายกว่า 200 ราย
แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อผู้เกี่ยวข้องได้ เนื่องจากอาจขัดต่อกฎหมาย ซึ่งจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป 3.นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง
และข้อกฎหมายกรณีการทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการและพนักงานท้องถิ่นประจำปี 2568 ได้ดำเนินการสรุปผลการทุจริตการสอบท้องถิ่นแล้วฯ ขั้นตอนต่อไป
คือการเสนอรายงานต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อให้นายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการต่อ และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปดำเนินการทั…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส



