นักวิชาการ ชี้ ภาวะผู้นำ ผบ.ตร. ดึงประชาชนมีส่วนร่วม
อัปเดตเมื่อ: 15 สิงหาคม 2569 เวลา 19:22อ่าน 3 นาที

กตช. ชี้ ภาวะผู้นำ ผบ.ตร. ดึงปชช.มีส่วนร่วม วางยุทธศาสตร์ปั้น อส.ตร.ยุคใหม่ ดึงภาคประชาชนเป็นหุ้นส่วนความปลอดภัย ฟื้นความเชื่อมั่น วันที่ 15 ส.ค.2569 ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา
อ่านข่าวในหมวด ธุรกิจ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
กรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ผู้แทนภาคประชาชน ประธานคณะอนุกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ ด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน อดีตที่ปรึกษาผู้ตรวจการแผ่นดินอาจารย์ประจำหลักสูตรปริญญาโท
วิชานวัตกรรมสันติภาพ วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการอาสาสมัครตำรวจบ้านเพื่อทำงานเชิงรุกเคียงข้างประชาชน ว่า
รายละเอียดเพิ่มเติม
ตลอดช่วงเวลาที่ตนมีโอกาสทำงานเกี่ยวข้องกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และได้สัมผัสการทำงานของผู้นำสูงสุดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) คือ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์
ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) สิ่งหนึ่งที่ตนเห็นชัดขึ้นเรื่อย ๆ คือ ภาวะผู้นำของ สตช. ไม่ได้วัดกันเพียงว่า “สั่งการเด็ดขาดเพียงใด” แต่วัดกันด้วยว่า ทำให้องค์กรที่มีกำลังพลกว่า
2 แสนคนเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน เปิดรับภาคประชาชนเข้ามาทำงานร่วม รักษาคนดี จัดการกับสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และทำให้ประชาชนรู้สึกว่าตนเองเป็นส่วนหนี่งของ สตช. ได้หรือไม่
สถานการณ์ล่าสุด
จากประสบการณ์ที่ตนได้สัมผัสคุณลักษณะหลายประการในตัว พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ และบางเรื่องยอมรับว่า เป็นสิ่งที่ตนไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นในระดับนี้มาก่อนในระบบตำรวจ ภาพจำที่เปลี่ยนไปจาก
“ตำรวจทำให้ประชาชน” สู่ “ตำรวจทำร่วมกับประชาชน” สิ่งที่เห็นลำดับแรก คือ การเปิดพื้นที่ให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมกับภารกิจของตำรวจอย่างจริงจัง
นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กเพราะองค์กรตำรวจเป็นองค์กรที่มีสายการบังคับบัญชาชัดเจน มีวัฒนธรรมองค์กรและระบบปฏิบัติการภายในที่เข้มแข็ง การเปิดพื้นที่ให้บุคคลจากภายนอกเข้ามาร่วมคิด ร่วมเสนอแนะ
มุมมองและผลกระทบ
ตั้งคำถาม และร่วมออกแบบนโยบาย จึงต้องอาศัยทั้งความมั่นใจและความเปิดกว้างของผู้นำ แต่สิ่งที่ตนได้สัมผัสคือ ผบ.ตร.กำลังเปิดพื้นที่ให้ประชาชนสามารถเป็น “หุ้นส่วนของความปลอดภัย”
หลักคิดนี้เป็นรูปธรรมในเรื่องการพัฒนาเครือข่าย อาสาสมัครตำรวจบ้านเพื่อความปลอดภัยชุมชน คำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติระบุชัดถึงเป้าหมายในการพัฒนาเครือข่ายอาสาสมัครตำรวจบ้าน
เพื่อสร้างประชาชนที่มีความรู้ความเข้าใจบทบาทในการดูแลชุมชน ลดช่องว่างระหว่างตำรวจกับประชาชน และเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันอาชญากรรม โดย
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐเป็นผู้ลงนามในคำสั่งดังกล่าวด้วยตนเอง นี่คือความเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายเพราะตำรวจไม่จำเป็นต้องอยู่ทุกตรอก ทุกซอย ทุกโรงเรียน ทุกตลาดทุกชุมชนตลอด 24 ชั่วโมง
แต่ประเทศไทยสามารถสร้างประชาชนที่รู้จักสังเกต รู้จักแจ้งเตือน รู้จักป้องกัน และรู้ว่าเมื่อใดต้องส่งต่อให้ตำรวจมืออาชีพ นี่ไม่ใช่การทำให้ประชาชนเป็นตำรวจแต่คือการทำให้
“ตำรวจและประชาชนเป็นหุ้นส่วนความปลอดภัยของกันและกัน” ผู้นำที่ดีต้องกล้าจัดการ “คนไม่ดี” และต้องไม่ปล่อยให้ “คนดี” เดินอย่างโดดเดี่ยว อีกมิติหนึ่งที่ผมให้ความสำคัญมาก คือการบร…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ข่าวสด



