ลุยเกาะพะงัน ปราบนอมินีโรงแรม-วิลลา พบคนไทยเอื้อทุนต่างชาติเลี่ยงกฎหมาย
อัปเดตเมื่อ: 15 สิงหาคม 2569 เวลา 19:52อ่าน 3 นาที

วันนี้ (15 ส.ค.2569) นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ทีมปราบนอมินี ร่วมกับกองป้องกันและปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมาย
ประเด็นสำคัญ
ลงพื้นที่บูรณาการความร่วมกับกระทรวงมหาดไทย ในจ.สุราษฎร์ธานี อ.เกาะพะงัน ตรวจสอบธุรกิจกลุ่มเสี่ยง ใช้นอมินีอำพรางการถือหุ้นแทนคนต่างด้าว ประกอบธุรกิจโดยฝ่าฝืนกฎหมาย โดยมีเป้าหมาย 4
จุด คือ 1.โรงแรมรีสอร์ทขนาดใหญ่ บนที่ดินกว่า 25 ไร่ พบกรรมการคนไทยให้ข้อมูลเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจ เมื่อตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม มีชื่อถือหุ้นอยู่หลายบริษัท
รายละเอียดเพิ่มเติม
โดยมีชาวต่างชาติร่วมลงทุนด้วย ซึ่งมีพฤติกรรมที่น่าสงสัยไม่สามารถตอบคำถามการประกอบธุรกิจ หรือการลงทุนได้ครบถ้วน และเมื่อตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า
ผู้ถือหุ้นคนไทยรายนี้เป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นอยู่อีกหลายบริษัท 2. วิลลาให้เช่า สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ พบนักท่องเที่ยวอิสราเอลกำลังเข้าพัก ให้ข้อมูลว่าเช่าพักคืนละหลายหมื่นบาท
โดยจ่ายผ่านออนไลน์ ไม่ได้จ่ายค่าเช่าเป็นเงินบาทไทยตั้งแต่ต้นทางที่ประเทศอิสราเอล ซึ่งอาจเข้าข่ายเลี่ยงภาษี พบข้อมูลผู้ถือหุ้นชาวไทยเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นอยู่หลายบริษัท
สถานการณ์ล่าสุด
3.ร้านค้ากัญชา เปิดเป็นบริษัทที่มีชาวต่างชาติร่วมถือหุ้น มีทั้งหมด 4 สาขา ในพื้นที่พะงัน สมุย ภูเก็ต และ กทม. และจำหน่ายใบสั่งจ่ายสมุนไพรควบคุม (แบบ ภ.ท.33) ในราคาใบละ 300 บาท
สำหรับลูกค้าที่มาใช้บริการ รวมถึงการขายสินค้าเบ็ดเตล็ดเกี่ยวกับกัญชามากมาย จากการตรวจสอบงบการเงินล่าสุดพบว่า มีรายได้มากถึง 15 ล้านบาท
พบข้อมูลผู้ถือหุ้นชาวไทยเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นอยู่หลายบริษัท ซึ่งมีข้อสงสัยหลายประการที่จะต้องตรวจสอบเชิงลึกต่อไป และ 4.วิลลาหรู ตั้งอยู่บนพื้นที่สูงเชิงเขา
มุมมองและผลกระทบ
เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบวิลลาดังกล่าวพบปิดเงียบ ไม่พบบุคคลใดที่จะสามารถให้ข้อมูลใดๆ ได้เลย แต่พบว่าโฉนดออกในนามของบุคคลธรรมดา ซึ่งจะต้องตรวจสอบการถือครองที่ดิน
และรายละเอียดของการประกอบธุรกิจต่อไป ปัจจุบันจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีนิติบุคคลอยู่จำนวน 25,603 ราย ซึ่งนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย มีข้อสั่งการกรณีที่มี นิติบุคคล 104 ราย
ถือครองที่ดิน 124 แปลง ให้กรมที่ดินดำเนินการต่อผ่านอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อประชุมและบังคับจำหน่ายทันที และในส่วนของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ให้ตรวจสอบเรื่องนอมินีและดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ทั้งนี้ หากพบว่าคนไทยรายใด มีพฤติกรรมเอื้อประโยชน์ยอมรับเงินหรือผลประโยชน์ โดยยินยอมเป็นนอมินีอำพรางให้ต่างชาติ
จะต้องถูกดำเนินคดีอาญาอย่างเด็ดขาดตามมาตรา 36 พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 ถึง 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
และในส่วนของคนต่างด้าวที่ลักลอบประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต จะมีโทษตามมาตรา 37 ในอัตราโทษเดียวกัน โดยที่ผ่านมามีต่างชาติเข้ามาลงทุน หรือประกอบธุรกิจในประเทศไทย
โดยถูกต้องตามกฎหมายอยู่จำนวนมาก ซึ่งอยากฝากถึงผู้ประกอบ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส



