นักวิชาการจุฬาฯ ชี้ความมั่นคงพลังงานต้องคิดเกิน ‘คุ้มทุน’ เตือน ‘มีเงินก็หาซื้อยาก’
อัปเดตเมื่อ: 16 สิงหาคม 2569 เวลา 08:26อ่าน 3 นาที

นักวิชาการวิศวกรรมปิโตรเลียมเปิดโจทย์บริหารแหล่งปิโตรเลียมปลายอายุ ชี้การตัดสินใจไม่ควรมองเฉพาะความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ แต่ต้องพิจารณาความมั่นคงพลังงานควบคู่กัน
อ่านข่าวในหมวด ธุรกิจ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
เตือนสถานการณ์โลกบางช่วงอาจเกิดภาวะ “มีเงินก็หาซื้อยาก” ย้ำสัมปทานหมดไม่ได้หมายความว่าปิโตรเลียมหมด เทคโนโลยี การลงทุน และระยะเวลา
ยังเป็นตัวแปรสำคัญในการนำทรัพยากรที่เหลือขึ้นมาใช้ประโยชน์ 16 สิงหาคม 2569 – รศ.ดร.จิรวัฒน์ ชีวรุ่งโรจน์ หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม คณะวิศวกรรมศาสตร์
รายละเอียดเพิ่มเติม
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายถึงการบริหารแหล่งปิโตรเลียมปลายอายุว่า เมื่อแหล่งผลิตมานาน ต้นทุนมีแนวโน้มสูงขึ้น เนื่องจากทรัพยากรส่วนที่ผลิตได้ง่ายถูกนำขึ้นมาใช้ก่อน
ส่วนที่เหลือต้องอาศัยเทคโนโลยีและเงินลงทุนมากขึ้น ในมุมผู้ประกอบการ การตัดสินใจลงทุนจึงต้องพิจารณาความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์
โดยเปรียบเทียบเงินลงทุนกับปริมาณปิโตรเลียมที่คาดว่าจะผลิตได้ ราคา และผลตอบแทน หากไม่คุ้ม ผู้ประกอบการอาจเลือกนำเงินไปลงทุนในพื้นที่อื่นที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า อย่างไรก็ตาม
สถานการณ์ล่าสุด
หากมองในระดับประเทศ รศ.ดร.จิรวัฒน์ ตั้งข้อสังเกตว่า การตัดสินใจไม่ได้มีเพียงมิติทางเศรษฐศาสตร์ แต่ต้องนำเรื่อง National Security หรือความมั่นคงของประเทศ เข้ามาพิจารณาด้วย เช่น
ในภาวะปกติ ประเทศอาจเลือกซื้อพลังงานจากแหล่งที่มีต้นทุนเหมาะสมกว่า แต่เมื่อเกิดสถานการณ์ผิดปกติหรือตลาดพลังงานโลกตึงตัว โจทย์อาจเปลี่ยนจากเรื่อง “ราคา” ไปเป็น
“มีพลังงานให้ซื้อหรือไม่” มุมมองดังกล่าวสะท้อนว่า การประเมินคุณค่าของแหล่งปิโตรเลียมภายในประเทศ อาจไม่สามารถพิจารณาจากต้นทุนหรือผลตอบแทนทางเศรษฐศาสตร์เพียงอย่างเดียว
มุมมองและผลกระทบ
แต่ต้องคำนึงถึงคุณค่าของการมีแหล่งพลังงานภายในประเทศในสถานการณ์ที่ตลาดโลกมีความไม่แน่นอน รศ.ดร.จิรวัฒน์ กล่าวว่า ในทางวิศวกรรมต้องแยกกรอบเวลาของสัมปทานออกจากศักยภาพของแหล่ง
เพราะการสิ้นสุดสัมปทานไม่ได้หมายความว่าปิโตรเลียมใต้ดินหมดลงพร้อมกัน ปริมาณที่สามารถผลิตได้จริงขึ้นอยู่กับลักษณะของแหล่ง เทคโนโลยี เงินลงทุน และความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์
หลักการสำคัญคือ Recovery Factor หรือสัดส่วนของปิโตรเลียมที่สามารถนำขึ้นมาผลิตได้ เพราะปิโตรเลียมที่อยู่ใต้ดินไม่สามารถนำขึ้นมาได้ทั้งหมด
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
หากเทคโนโลยีพัฒนาขึ้นหรือมีการลงทุนเพิ่มเติม ก็อาจช่วยให้นำทรัพยากรส่วนที่เดิมผลิตได้ยากขึ้นมาใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น รศ.ดร.จิรวัฒน์ อธิบายว่า เมื่อแหล่งเข้าสู่ช่วงปลายอายุ
ทรัพยากรส่วนที่เหลือมีแนวโน้มผลิตได้ยากและมีต้นทุนสูงขึ้น โจทย์จึงไม่ใช่เพียงว่า “ยังมีปิโตรเลียมเหลืออยู่หรือไม่” แต่ต้องพิจารณาว่า
ทรัพยากรที่เหลือสามารถนำขึ้นมาได้ด้วยเทคโนโลยีใด ต้องลงทุนเท่าใด และมีคุณค่าอย่างไรทั้งในมิติเศรษฐศาสตร์และความมั่นคงของประเทศ สำหรับการบริหารแหล่งที่กำลังหมดอายุสัมปทาน
รศ.ดร.จิรวัฒน์ เห็นว่า ควรพิจารณาผู้ประกอบการเดิมก่อน โดยสอบถามว่ามีความประสงค์และความพร้อมลงทุนต่อหรือไม่ เพราะมีทั้งข้…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



