ภาวะผู้นำของ ผบ.ตร. โดย ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา
อัปเดตเมื่อ: 16 สิงหาคม 2569 เวลา 08:02อ่าน 3 นาที

ภาวะผู้นำของ ผบ.ตร. โดย ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา กรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ผู้แทนภาคประชาชน ประธานคณะอนุกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ ด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน
อ่านข่าวในหมวด ธุรกิจ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
อดีตที่ปรึกษาผู้ตรวจการแผ่นดิน อาจารย์ประจำหลักสูตรปริญญาโท วิชานวัตกรรมสันติภาพ วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม ตลอดช่วงเวลาที่ผมมีโอกาสทำงานเกี่ยวข้องกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
และได้สัมผัสการทำงานของผู้นำสูงสุดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) คือ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ (บิ๊กต่าย) ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สิ่งหนึ่งที่ผมเห็นชัดขึ้นเรื่อย ๆ คือ
รายละเอียดเพิ่มเติม
ภาวะผู้นำของ สตข. ไม่ได้วัดกันเพียงว่า “สั่งการเด็ดขาดเพียงใด” แต่วัดกันด้วยว่า ทำให้องค์กรที่มีกำลังพลกว่า 2 แสนคนเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน เปิดรับภาคประชาชนเข้ามาทำงานร่วม
รักษาคนดี จัดการกับสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และทำให้ประชาชนรู้สึกว่าตนเองเป็นส่วนหนี่งของ สตช. ได้หรือไม่ จากประสบการณ์ที่ผมได้สัมผัส ผมเห็นคุณลักษณะเหล่านี้หลายประการในตัว
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ หรือ บิ๊กต่าย และบางเรื่อง ผมยอมรับว่า เป็นสิ่งที่ผมไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นในระดับนี้มาก่อนในระบบตำรวจ ภาพจำที่เปลี่ยนไปจาก “ตำรวจทำให้ประชาชน” สู่
สถานการณ์ล่าสุด
“ตำรวจทำร่วมกับประชาชน” สิ่งที่ผมเห็นลำดับแรก คือ การเปิดพื้นที่ให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมกับภารกิจของตำรวจอย่างจริงจัง สำหรับผม
นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กเพราะองค์กรตำรวจเป็นองค์กรที่มีสายการบังคับบัญชาชัดเจน มีวัฒนธรรมองค์กรและระบบปฏิบัติการภายในที่เข้มแข็ง การเปิดพื้นที่ให้บุคคลจากภายนอกเข้ามาร่วมคิด ร่วมเสนอแนะ
ตั้งคำถาม และร่วมออกแบบนโยบาย จึงต้องอาศัยทั้งความมั่นใจและความเปิดกว้างของผู้นำ แต่สิ่งที่ผมได้สัมผัสคือ บิ๊กต่าย ไม่ได้มองประชาชนเป็นเพียง “ผู้รับบริการจากตำรวจ”
มุมมองและผลกระทบ
แต่กำลังเปิดพื้นที่ให้ประชาชนสามารถเป็น “หุ้นส่วนของความปลอดภัย” หลักคิดนี้เป็นรูปธรรมในเรื่องการพัฒนาเครือข่าย อาสาสมัครตำรวจบ้านเพื่อความปลอดภัยชุมชน
คำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ผมได้รับและนำมาประกอบบทความนี้ระบุชัดถึงเป้าหมายในการพัฒนาเครือข่ายอาสาสมัครตำรวจบ้าน เพื่อสร้างประชาชนที่มีความรู้ความเข้าใจบทบาทในการดูแลชุมชน
ลดช่องว่างระหว่างตำรวจกับประชาชน และเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันอาชญากรรม โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐเป็นผู้ลงนามในคำสั่งดังกล่าวด้วยตนเอง ที่สำคัญ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ในโครงสร้างคณะทำงานดังกล่าว มีทั้งหน่วยงานภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกลไกที่เชื่อมโยงกับคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) รวมถึงงานด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน (กต.ตร.)
นี่สะท้อนให้เห็นความพยายามเชื่อม “นโยบายจากภายนอกองค์กร” เข้ากับ “กลไกปฏิบัติภายในองค์กร” อย่างเป็นระบบ สำหรับผม นี่คือความเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายเพราะ
ตำรวจไม่จำเป็นต้องอยู่ทุกตรอก ทุกซอย ทุกโรงเรียน ทุกตลาด ทุกชุมชนตลอด 24 ชั่วโมง แต่ประเทศไทยสามารถสร้างประชาชนที่รู้จักสังเกต รู้จักแจ้งเตือน รู้จักป้องกัน
และรู้ว่าเมื่อใดต้องส่งต่อใ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



