สว. จี้ หยุดแชร์ภาพ-เฟคนิวส์ เหตุกราดยิง ร.ร.เทพศิรินทร์ ยัน เอาเรื่องเข้าที่ประชุมวุฒิสภาแน่
อัปเดตเมื่อ: 8 สิงหาคม 2569 เวลา 11:06อ่าน 3 นาที

ส.ว.ภิญญาพัชญ์ จี้ หยุดแชร์ภาพสะเทือนขวัญ-เฟคนิวส์ เหตุกราดยิง ร.ร.เทพศิรินทร์ นนท์ หวั่นพฤติกรรมเลียนแบบ ซ้ำเติมผู้สูญเสีย วอนดูแลสุขภาพจิตเยาวชน-ครูให้ครอบคลุม ยัน
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
เอาเรื่องเข้าที่ประชุมวุฒิสภาแน่ เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม น.ส.ภิญญาพัชญ์ ศันสนียชีวิน ส.ว.กล่าวถึงกรณีเหตุการณ์กราดยิงในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ว่า
ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสีย ครู นักเรียน และผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญในครั้งนี้
รายละเอียดเพิ่มเติม
เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของสังคมไทยที่ทุกฝ่ายต้องหาแนวทางป้องกันอย่างเร่งด่วน น.ส.ภิญญาพัชญ์กล่าวต่อว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์แล้ว
ตนมีความกังวลอย่างยิ่งต่อการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารบนสื่อสังคมออนไลน์ ณ ตอนนี้ก็ยังไม่หยุด นอกจากนี้ยังมีเฟคนิวส์ด้วย ขอความร่วมมือจากประชาชนและสื่อมวลชนให้หยุดแชร์ ภาพถ่าย วิดีโอคลิป
หรือรายละเอียดเกี่ยวกับบาดแผลและภาพเหตุการณ์ที่น่าหวาดกลัว รวมถึงการลงรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการก่อเหตุ หรือข้อมูลส่วนตัวของผู้ก่อเหตุ เนื่องจากภาพความรุนแรงเหล่านั้น
สถานการณ์ล่าสุด
นอกจากจะสร้างบาดแผลทางจิตใจซ้ำเติมครอบครัวผู้สูญเสียและผู้รอดชีวิตแล้ว ยังเสี่ยงต่อการเกิดพฤติกรรมเลียนแบบในกลุ่มเยาวชนหรือผู้ที่กำลังเผชิญภาวะสภาวะจิตใจอ่อนแอ
“การส่งต่อภาพและเนื้อหาที่รุนแรง ไม่เพียงแต่บั่นทอนจิตใจของคนในสังคม แต่ยังอาจกลายเป็นเชื้อชนวนกระตุ้นให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันขึ้นอีก
สังคมต้องช่วยกันตั้งหลักและระมัดระวังในการสื่อสาร เพื่อหยุดวงจรความรุนแรงไม่ให้ขยายวงกว้าง” น.ส.ภิญญาพัชญ์กล่าว น.ส.ภิญญาพัชญ์กล่าวว่า
มุมมองและผลกระทบ
อยากให้ทุกภาคส่วนเร่งให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพจิตของเด็กและเยาวชน รวมถึงครู บุคลากรในสถานศึกษาอย่างเป็นระบบด้วย
แม้กระทรวงสาธารณสุขจะร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ส่งทีมสุขภาพจิต เข้าดูแลฟื้นฟูสภาพจิตใจของนักเรียน ครู ผู้ปกครอง และผู้ได้รับผลกระทบโดยเร็วที่สุดแล้ว
แต่เพื่อป้องกันภาวะเครียดรุนแรงหลังเผชิญเหตุการณ์สะเทือนขวัญ ควรตรวจสอบสอบให้ครอบคลุมคนทุกกลุ่มมากที่สุด
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
สถานศึกษาทั่วประเทศต้องมีระบบการดูแลและสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนที่มีความเครียด สะสมความกดดัน หรือมีสัญญาณเตือนด้านสุขภาพจิตอย่างใกล้ชิด น.ส.ภิญญาพัชญ์กล่าวด้วยว่า
สภาวการณ์ปัจจุบันสะท้อนว่าปัญหาคนรุ่นใหม่ไม่ได้มีเพียงเรื่องการเรียนหรือปัจจัยภายนอก แต่เรื่องจิตใจเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
วุฒิสภาพร้อมประสานงานและสนับสนุนนโยบายด้านสุขภาพจิตและมาตรการความปลอดภัยในสถานศึกษา ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียเช่นนี้อีกในสังคมไทย
ซึ่งคาดว่าจะมีการถกเถียงเรื่องนี้ในวุฒิสภา เมื่อเปิดสมัยประชุมอย่างแน่นอน
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



