‘อธิบดีฯ วิทยา’ ขับเคลื่อนการบริหารจัดการน้ำเชิงประณีต สร้างความมั่นคงด้านน้ำ รับมือเอลนีโญทั่วประเทศ
อัปเดตเมื่อ: 17 สิงหาคม 2569 เวลา 15:17อ่าน 3 นาที

วันนี้ (17 สิงหาคม 2569) นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมติดตามผลการปฏิบัติงานและมอบแนวทางการเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง ปี 2569/2570 โดยมี
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
นายวรพจน์ เพชรนรชาติ รองอธิบดีฝ่ายวิชาการ นายทรงพล สวยสม รองอธิบดีฝ่ายบริหาร ผู้บริหารกรมชลประทาน และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำ
การคาดการณ์สภาพอากาศ ตลอดจนกำหนดแนวทางการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงที่เหลือของฤดูฝน ณ กรมชลประทาน ถนนสามเสน กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดเพิ่มเติม
ที่ประชุมได้รับทราบข้อมูลการคาดการณ์สภาพภูมิอากาศ ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ในสภาวะเอลนีโญกำลังอ่อน แต่มีแนวโน้มทวีกำลังเป็นเอลนีโญกำลังแรงมากในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2569 – มกราคม 2570
ส่งผลให้ปริมาณฝนในหลายพื้นที่ของประเทศอาจต่ำกว่าค่าปกติ โดยเฉพาะภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันออก
ส่งผลให้ปริมาณน้ำกักเก็บในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศยังน้อยกว่าช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา จึงจำเป็นต้องเร่งกักเก็บน้ำในช่วงเวลาที่เหลือของฤดูฝน ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 35
สถานการณ์ล่าสุด
แห่งทั่วประเทศมีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 43,230 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) หรือคิดเป็นร้อยละ 61 ของความจุอ่างฯรวมกัน ปริมาณน้ำสำหรับอุปโภค บริโภค และรักษาระบบนิเวศ ยังคงมีเพียงพอ
กรมชลประทานจะติดตามสถานการณ์และบริหารจัดการน้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การจัดสรรน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับความต้องการใช้น้ำในทุกภาคส่วน
สำหรับการบริหารจัดการน้ำทั่วประเทศ มีการจัดสรรน้ำไปแล้ว 13,489 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 90 ของแผนจัดสรรน้ำในช่วงฤดูฝน ขณะที่พื้นที่เพาะปลูกข้าวนาปีมีการเพาะปลูกแล้ว 14.61 ล้านไร่
มุมมองและผลกระทบ
คิดเป็นร้อยละ 86 ของแผน ทั้งนี้ อธิบดีกรมชลประทานได้กำชับให้โครงการชลประทานทั่วประเทศบริหารจัดการน้ำอย่างประณีต โดยคำนึงถึงความสมดุลของการใช้น้ำในทุกภาคส่วน ทั้งด้านการอุปโภคบริโภค
การรักษาระบบนิเวศ การเกษตร และภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำชลประทานเกิดประโยชน์และสร้างมูลค่าสูงสุด ควบคู่ไปกับการดำเนินการตาม 9 มาตรการรองรับฤดูฝน ปี 2569 อย่างเข้มข้น
ในส่วนของการป้องกันและบรรเทาปัญหาอุทกภัย ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด พร้อมบูรณาการการทำงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ปรับแผนบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เตรียมความพร้อมบุคลากร เครื่องจักร เครื่องมือ และระบบปฏิบัติการตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งเร่งกำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำ
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นให้ได้มากที่สุด
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



