ข้ามไปยังเนื้อหา

นักวิจัย เปิดข้อมูลแผ่นดินไหวปี 69 เทียบย้อนหลัง 100 ปี

อัปเดตเมื่อ: 18 สิงหาคม 2569 เวลา 00:06อ่าน 3 นาที

นักวิจัย เปิดข้อมูลแผ่นดินไหวปี 69 เทียบย้อนหลัง 100 ปี
แชร์ข่าวนี้

วันนี้ (17 ส.ค.2569) รศ.ดร.ภาสกร ปนานนท์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์พื้นพิภพ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยถึงเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาดใหญ่ ว่า

อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper

ประเด็นสำคัญ

เหตุการณ์ในฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย เวเนซุเอลา โคลอมเบีย ไปจนถึงหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก พร้อมภาพแรงสั่นสะเทือนที่รับรู้ได้เป็นบริเวณกว้าง อาคารสูงแกว่งตัว

ความเสียหายของอาคารบ้านเรือน และการอพยพผู้คนอย่างรีบร้อน ได้สร้างความรู้สึกร่วมในสังคมว่า เปลือกโลกกำลังเคลื่อนตัวถี่และรุนแรงขึ้นอย่างผิดปกติ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไล่เลี่ยกันนี้

รายละเอียดเพิ่มเติม

กำลังส่งสัญญาณว่าโลกเข้าสู่ช่วงเวลาผิดปกติหรือไม่ และประเทศไทยควรตื่นตระหนกเพียงใด หากพิจารณาผ่านข้อมูลจาก สำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกา (USGS) ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-17

ส.ค.2569 ทั่วโลกพบแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ตั้งแต่ 7.0-7.9 จำนวน 11 เหตุการณ์ โดยยังไม่มีเหตุการณ์ขนาด 8.0 ขึ้นไป เมื่อนำไปเทียบกับสถิติระยะยาวตั้งแต่ปี พ.ศ.2469 โลกเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.0

ขึ้นไป เฉลี่ยปีละ 10-20 ครั้ง และใหญ่กว่าขนาด 8 ประมาณปีละ 1 ครั้ง ชี้ชัดว่าจำนวนแผ่นดินไหวใหญ่ยังคงอยู่ในกรอบความผันผวนตามธรรมชาติ เป็นกระบวนการที่เกิดซ้ำเป็นประจำ

สถานการณ์ล่าสุด

ที่สำคัญเกือบทั้งหมดเกิดบริเวณรอยต่อแผ่นธรณีภาค ไม่ได้เกิดสะเปะสะปะทั่วทั้งโลก เพราะเปลือกโลกชั้นนอกไม่ได้เป็นแผ่นเดียว แต่แบ่งออกเป็นแผ่นธรณีภาคหลายแผ่นที่เคลื่อนที่ช้า ๆ

เมื่อแผ่นธรณีภาคชนกัน แยกออกจากกัน หรือเลื่อนผ่านกัน ความเค้นจะสะสมตามรอยเลื่อน เมื่อความเค้นมากกว่าแรงเสียดทาน รอยเลื่อนจึงเลื่อนตัวอย่างฉับพลัน

และปลดปล่อยพลังงานออกมาเป็นคลื่นแผ่นดินไหว นักวิจัย ระบุว่า สาเหตุที่ทำให้รู้สึกว่าแผ่นดินไหวเกิดถี่ขึ้น มีปัจจัยหลักจากความเร็วและประสิทธิภาพของเทคโนโลยีสื่อสาร

มุมมองและผลกระทบ

เครือข่ายตรวจวัดที่มีจำนวนมากขึ้น ทำให้ USGS สามารถระบุตำแหน่งแผ่นดินไหวได้ราว 20,000 เหตุการณ์ต่อปี หรือเฉลี่ย 55 เหตุการณ์ต่อวัน ภาพและข่าวจากพื้นที่ประสบภัย

จึงส่งตรงถึงผู้คนทั่วโลกอย่างรวดเร็วมาก อย่างไรก็ตาม สถิติไม่ผิดปกติไม่ได้แปลว่าไม่อันตราย เพราะผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

ไม่ได้กำหนดด้วยค่าขนาดแผ่นดินไหวเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความลึก ระยะห่างจากเมือง ทิศทางการเลื่อนตัวของรอยเลื่อน สภาพชั้นดิน และความเปราะบางของสิ่งปลูกสร้าง

ข้อมูลจากแหล่งข่าว

แผ่นดินไหวตื้นใกล้เมืองใหญ่ อาจสร้างความเสียหายร้ายแรงจากดินถล่ม ดินเหลว ไฟไหม้ หรือสึนามิในทะเล ได้มากกว่าแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ในระดับลึกและอยู่ไกลออกไป

แม้ประเทศไทยแม้จะไม่ได้ตั้งอยู่บนขอบแผ่นธรณีภาคหลักโดยตรง แต่ได้รับอิทธิพลจากเขตมุดตัวสุมาตรา-อันดามัน การเคลื่อนตัวของรอยเลื่อนในเมียนมา และกลุ่มรอยเลื่อนมีพลังภายในประเทศ

โดยเฉพาะพื้นที่แอ่งตะกอนอ่อนอย่างกรุงเทพมหานคร และเมืองใหญ่ในหลายภูมิภาคของไทย ที่มีคุณสมบัติขยายคลื่นไหวสะเทือนคาบยาวจากระยะไกล ทำให้อาคารสูงสั่นไหวได้อย่างชัดเจน

ดังนั้นจึงต้องมีเตรียมพร้อมในการรับมือกับภัยธรรม…

อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส

ถ้าชอบข่าวนี้ ช่วยแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วย
แหล่งข่าว: ไทยพีบีเอส · นักวิจัย เปิดข้อมูลแผ่นดินไหวปี 69 เทียบย้อนหลัง 100 ปี
เลื่อนลงเพื่ออ่านข่าวถัดไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง