นักวิชาการ เสนอโซลาร์รูฟท็อป รัฐต้องดันสินค้า-เอสเอ็มอีไทย หวั่นอุดหนุนคนอยากติดอยู่แล้ว
อัปเดตเมื่อ: 15 สิงหาคม 2569 เวลา 18:28อ่าน 3 นาที

นักวิชาการ เสนอโซลาร์รูฟท็อป รัฐต้องดันสินค้า-เอสเอ็มอีไทย หวั่นอุดหนุนคนอยากติดอยู่แล้ว-ชี้ต้องวางกติกาชัดเจน นายนณริฏ พิศลยบุตร นักวิชาการอาวุโส สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย
ประเด็นสำคัญ
(ทีดีอาร์ไอ) กล่าวถึงมาตรการสนับสนุนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปของภาครัฐว่า การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดเป็นเรื่องจำเป็นและช่วยลดการปล่อยคาร์บอนในระยะยาว
แต่โจทย์สำคัญคือต้องออกแบบให้เกิดความยั่งยืนทางเศรษฐกิจควบคู่กัน ไม่ใช่เพียงเพิ่มจำนวนผู้ติดตั้งหรือลดค่าไฟ ซึ่งภายใต้พระราชกำหนดกู้เงิน 4 แสนล้านบาท โดยวงเงิน 2
รายละเอียดเพิ่มเติม
แสนล้านบาทสำหรับการสร้างการเปลี่ยนผ่าน เบื้องต้นกระทรวงคลังเตรียมพิจารณาเงินอุดหนุนแบบให้เปล่าครัวเรือนละ 50,000 บาท ครอบคลุม 500,000-1,000,000 ครัวเรือน เน้นกลุ่มใช้ไฟฟ้าขนาด 5
กิโลวัตต์ขึ้นไป ขณะที่ผู้ไม่มีเงินก้อนจะมีสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเข้ามาช่วย โดยใช้ส่วนต่างค่าไฟที่ประหยัดได้มาชำระคืนสินเชื่อ นายนณริฏ กล่าวว่า ทั้งนี้ หากมองด้านสิ่งแวดล้อม
การติดตั้งโซลาร์ย่อมเป็นผลดี เพราะช่วยเปลี่ยนจากการใช้ไฟฟ้าที่พึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลไปสู่พลังงานแสงอาทิตย์ อย่างไรก็ตาม
สถานการณ์ล่าสุด
ประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาคือผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทย หากยังต้องพึ่งพาแผงโซลาร์ วัสดุ และอุปกรณ์จากต่างประเทศเป็นหลัก
อาจทำให้มูลค่าเพิ่มส่วนใหญ่ไหลออกนอกประเทศ ขณะที่ไทยได้รับประโยชน์เพียงบางส่วนจากธุรกิจติดตั้งและบำรุงรักษาเท่านั้น “หากต้องการให้การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานเกิดขึ้นอย่างยั่งยืน
รัฐควรออกแบบมาตรการให้เกิดการใช้สินค้าและอุปกรณ์ที่ผลิตในประเทศมากขึ้น พร้อมส่งเสริมให้ผู้ประกอบการและเอสเอ็มอีไทยเข้ามาอยู่ในห่วงโซ่อุตสาหกรรมโซลาร์ เพื่อให้เกิดเป็นการจ้างงาน
มุมมองและผลกระทบ
รายได้ และธุรกิจใหม่ในประเทศ”นายนณริฏ กล่าว นายนณริฏ กล่าวว่า ส่วนการให้เงินอุดหนุนเพื่อลดต้นทุนติดตั้งโซลาร์สามารถเพิ่มแรงจูงใจให้ประชาชนเข้าถึงระบบพลังงานแสงอาทิตย์ได้มากขึ้น
แต่ภาครัฐต้องออกแบบมาตรการให้มีประสิทธิภาพ โดยไม่ควรใช้งบประมาณไปอุดหนุนกลุ่มที่มีแผนติดตั้งอยู่แล้ว เพราะประชาชนกลุ่มดังกล่าวอาจตัดสินใจติดตั้งเองตามกลไกตลาด
แม้ไม่มีมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ ทำให้เงินอุดหนุนไม่ได้สร้างการติดตั้งใหม่จากนโยบายโดยตรง เพราะฉะนั้นตรงนี้ประสิทธิภาพก็จะด้อยลง ดังนั้น
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ภาครัฐควรมุ่งสนับสนุนกลุ่มประชาชนที่ยังไม่ได้ตัดสินใจหรือมีข้อจำกัดในการติดตั้ง เพื่อให้เงินอุดหนุนสามารถสร้างการลงทุนใหม่ได้มากที่สุด และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งบประมาณ
“มีคนที่เขาอยากติดอยู่แล้ว ต่อให้ภาครัฐไม่ลดส่วนลด ไม่ใช้นโยบายอะไรต่าง ๆ เขาก็ยังจะติดอยู่ดี เขาก็จะได้ผลพลอยได้จากงบประมาณ คือรัฐจ่ายไปอุดหนุน ทั้ง ๆ
ที่ท้ายที่สุดเขาก็ต้องติดอยู่ดี เพราะฉะนั้นตรงนี้ประสิทธิภาพก็จะด้อยลง”นายนณริฏ กล่าว นายนณริฏ กล่าวว่า
ปัจจุบันภาคเอกชนมีกลไกช่วยให้ประชาชนติดตั้งโซลาร์ได้โดยไม่จำเป็นต้องมีเงินลงทุนก้อนแรก โดยใช้รูปแบบนำส่วนต่างจากค่าไฟที่ลดลงหลังติดตั้งระบบมาเป็นค่าช…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



