ณัฐพงษ์รับฟังปัญหาโรงงาน-กากอุตสาหกรรม ปราจีนบุรี ชี้การพัฒนาต้องไม่ทิ้งสิ่งแวดล้อม-ชุมชน
อัปเดตเมื่อ: 18 สิงหาคม 2569 เวลา 19:07อ่าน 3 นาที

วันนี้ (18 สิงหาคม) ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย สส. พรรคประชาชน ร่วมติดตามปัญหาการประกอบกิจการโรงงาน
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
การลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในจังหวัดปราจีนบุรี
พร้อมรับฟังข้อกังวลของภาคประชาชนต่อทิศทางการพัฒนาพื้นที่และการนำจังหวัดปราจีนบุรีเข้าสู่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ดูภาพข่าว ในช่วงเช้า
รายละเอียดเพิ่มเติม
ณัฐพงษ์และคณะเข้าประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและตัวแทนภาคประชาชน เพื่อติดตามและตรวจสอบกรณีการประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาตและการฝ่าฝืนกฎหมายในพื้นที่
สถานประกอบการที่ถูกร้องเรียน กระบวนการอนุญาต การกำกับดูแล ตลอดจนปัญหาและข้อจำกัดในการบังคับใช้กฎหมาย สุนทร คมคาย ผู้ประสานงานกลุ่มปราจีนเข้มแข็ง ให้ข้อมูลว่า
ปัญหาการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมในจังหวัดปราจีนบุรีเกิดขึ้นต่อเนื่องมาหลายปี ทั้งกรณีที่สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้และกรณีที่ไม่สามารถติดตามตัวผู้กระทำผิด
สถานการณ์ล่าสุด
โดยตั้งข้อสังเกตว่าหลายคดีดำเนินไปอย่างล่าช้า ทำให้ผู้กระทำผิดไม่เกรงกลัวกฎหมาย และส่งผลให้การฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อนไม่สามารถเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที
และยังมีปัญหาโรงงานที่มีใบอนุญาตแต่ประกอบกิจการผิดไปจากที่ได้รับอนุญาต และโรงงานที่ประกอบกิจการโดยไม่มีใบอนุญาต ทำให้ต้องตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของการกำกับดูแล
เนื่องจากบางกรณีเป็นสถานประกอบการขนาดใหญ่และดำเนินกิจการมาเป็นเวลานาน ขณะที่ภาคประชาชนกลับเป็นฝ่ายเข้าไปพบความผิดปกติและแจ้งหน่วยงานรัฐ สุนทรกล่าวต่อไปว่า
มุมมองและผลกระทบ
ภาคประชาชนยังมีข้อกังวลต่อโครงการโรงไฟฟ้าจากขยะอุตสาหกรรม 3 แห่งในพื้นที่อำเภอกบินทร์บุรี ที่ตั้งอยู่ใกล้กัน ซึ่งมีข้อน่ากังวลทั้งกระบวนการรับฟังความคิดเห็น
การกำกับดูแลผลกระทบด้านมลพิษ การใช้น้ำ ตลอดจนการปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ผ่านมา
และยังมีความน่ากังวลว่าการเกิดขึ้นของโรงไฟฟ้าขยะจะดึงกิจกรรมเกี่ยวกับการรวบรวมและจัดการขยะอุตสาหกรรมเข้ามาในพื้นที่เพิ่มขึ้น
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่สะสมอยู่เป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ประชาชนในพื้นที่ไม่ไว้วางใจต่อการนำจังหวัดปราจีนบุรีเข้าสู่ EEC และภาคประชาชนขอเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนแนวทางดังกล่าว
งด้านณัฐพงษ์ระบุว่า ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านฯ หวังว่าเวทีนี้จะเป็นโอกาสให้ทั้งหน่วยงานรัฐและภาคประชาชนได้นำข้อมูลมาพูดคุยร่วมกัน โดยในส่วนของฝ่ายค้าน
หากพบว่ามีกระบวนการสีเทาไม่ว่าจะอยู่ในภาคเอกชนหรือมีความเกี่ยวข้องกับระบบราชการ ย่อมเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้และต้องตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา ขณะเดียวกัน
ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ในพื้นที่อาจมีความตั้งใจในการทำหน้าที่ แต่ติดข้อจำกัดจากกฎหมาย กฎระเบียบ หรือโครงสร้างการทำงาน
หากการหารือสามารถชี้ให้เห็นว่ามีกฎหมายใดที่จำเป็นต้องแก้ไขในสภา หรือมีกฎระเบียบใดที่ต้องผลักดันให้กระทรวงปรับปรุง ฝ่ายค้านก็พร้อมนำไปขับเคลื่อนต่อผ่านกลไกของสภาและคณะกรรมาธิการ
สำหรับข้อกังวลเรื่อง EEC จากการลงพื้นที่ป…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



