ข้ามไปยังเนื้อหา

ขสมก.เปลี่ยนผ่าน EV 1,520 คัน พลิกโครงสร้างต้นทุน แต่โจทย์ใหญ่ยังอยู่ที่ "อู่"

อัปเดตเมื่อ: 19 สิงหาคม 2569 เวลา 00:30อ่าน 3 นาที

ขสมก.เปลี่ยนผ่าน EV 1,520 คัน พลิกโครงสร้างต้นทุน แต่โจทย์ใหญ่ยังอยู่ที่ "อู่"
แชร์ข่าวนี้

การเปลี่ยนผ่านของ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จากรถเมล์ร้อนรุ่นเก่า ไปสู่รถโดยสารพลังงานไฟฟ้า หรือ EV กำลังเข้าสู่ช่วงสำคัญ เพราะโครงการนี้ไม่ได้หมายถึงเพียงการเปลี่ยนรถเมล์

อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper

ประเด็นสำคัญ

แต่เป็นการปรับโครงสร้างการเดินรถครั้งใหญ่ ตั้งแต่พื้นที่อู่ ระบบไฟฟ้าและสถานีชาร์จ การบริหารพลังงาน ระบบจัดเก็บค่าโดยสาร ไปจนถึงโครงสร้างต้นทุนขององค์กร ภายใต้แผน

โครงการเช่ารถโดยสารประจำทางปรับอากาศพลังงานสะอาด (EV) จำนวน 1,520 คัน ระยะเวลาเช่า 7 ปี วงเงิน 14,905 ล้านบาท คู่สัญญา คือ บริษัท นครชัยแอร์ จำกัด รถชุดใหม่จะทยอยเข้ามา 3 ล็อต

รายละเอียดเพิ่มเติม

โดยล็อตแรก 500 คัน มีกำหนดส่งมอบช่วงปลายเดือน มี.ค. 2570 ตามด้วยอีก 500 คันในเดือน เม.ย. และ 520 คันสุดท้ายในเดือน พ.ค.2570 นายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการ ขสมก.

ระบุว่า การบริหารสัญญากับบริษัทผู้ให้เช่ารถ ยังเป็นไปตามกรอบที่กำหนด โดยคณะกรรมการตรวจรับ เดินทางไปตรวจโรงงานประกอบรถ รวมถึงชิ้นส่วนโครงสร้างรถแล้ว ขสมก.

ยังตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลสัญญา เพื่อติดตามตั้งแต่กระบวนการผลิต การส่งมอบแต่ละงวด ไปจนถึงการประเมินจุดเสี่ยง ที่อาจทำให้โครงการล่าช้า

สถานการณ์ล่าสุด

โดยรายงานความคืบหน้าให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบอย่างต่อเนื่อง เราตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลสัญญา จะสามารถรู้ได้ทั้งหมดว่า การส่งมอบงวดแรกเป็นอย่างไร มีจุดไหนที่เป็นตัววิกฤต

หรืออาจจะทำให้สัญญาไม่เป็นไปตามแผน สหภาพฯ หนุน EV แต่ต้องการ "อู่ขององค์กร" นายประมิต เมฆฉาย ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ ขสมก. มองว่าการเปลี่ยนรถเป็น EV

เป็นนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ซึ่งเป็นผู้ใช้บริการขนส่งสาธารณะกลุ่มหลัก การเปลี่ยนเป็น EV จะช่วยลดต้นทุนหลักของ ขสมก.

มุมมองและผลกระทบ

ทั้งค่าน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าซ่อมบำรุงในระยะยาว อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สหภาพฯ ต้องการให้รัฐบาลและ ขสมก. เร่งดำเนินการควบคู่กับการเปลี่ยนรถ คือการจัดหาอู่ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของ ขสมก.

ซึ่งปัจจุบัน ขสมก. มีอู่ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของตัวเองเพียง 5 แห่ง ขณะที่อู่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เช่า และบางแห่งมีสัญญาเช่าระยะสั้นหรือมีการต่อสัญญาเป็นช่วง ๆ ความกังวลจึงเกิดขึ้นว่า หาก

ขสมก. ลงทุนระบบไฟฟ้า สถานีชาร์จ และปรับปรุงพื้นที่อู่ แต่ต่อมาสัญญาเช่าหมด และไม่สามารถต่อสัญญาได้ เงินลงทุนที่ลงไปอาจกลายเป็นความเสี่ยงขององค์กร หาก ขสมก. มีอู่เป็นของตัวเอง

ข้อมูลจากแหล่งข่าว

พื้นที่ดังกล่าวสามารถพัฒนาเป็นศูนย์กลางการเดินรถ ติดตั้งระบบชาร์จ และลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอื่นได้ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการหมดสัญญาเช่า ความฝันของพนักงาน ขสมก. และสหภาพแรงงาน

คืออยากให้องค์กรมีอู่เป็นของตัวเอง เพราะหากต่อไปมีการเปลี่ยนรถโดยสารเป็น EV ครบทุกเฟส แต่ยังต้องเช่าอู่

ต้นทุนที่ประหยัดได้จากเชื้อเพลิงและการซ่อมบำรุงก็อาจต้องนำไปจ่ายเป็นค่าเช่าอู่แทน ขสมก. เตรียม 12 อู่ รองรับ EV นายกิตติกานต์ ระบุว่า

ประเด็นเรื่องอู่เป็นเรื่องที่องค์กรให้ความสำคัญ เพราะการเปลี่ยนมาใช้รถโดยสาร EV ไม่ได้เปลี่ย…

อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส

ถ้าชอบข่าวนี้ ช่วยแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วย
แหล่งข่าว: ไทยพีบีเอส · ขสมก.เปลี่ยนผ่าน EV 1,520 คัน พลิกโครงสร้างต้นทุน แต่โจทย์ใหญ่ยังอยู่ที่ "อู่"
เลื่อนลงเพื่ออ่านข่าวถัดไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง