บทบรรณาธิการ – แต่งตั้งบิ๊กขรก.
อัปเดตเมื่อ: 17 สิงหาคม 2569 เวลา 18:39อ่าน 2 นาที

การแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงในรัฐบาลอนุทิน กำลังเป็นประเด็นน่าจับตา เพราะหลายตำแหน่งเป็นเก้าอี้สำคัญที่ผู้ดำรงตำแหน่งยังเหลืออายุราชการอีก 5-10 ปี หมายความว่า
ประเด็นสำคัญ
คนเหล่านี้อาจอยู่ในระบบราชการยาวนานกว่ารัฐบาลชุดที่แต่งตั้งเสียอีก ล่าสุดกรณีนายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง ซึ่งได้รับการเสนอชื่อเป็นปลัดกระทรวงคมนาคม
เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน ด้วยวัย 50 ปี และเหลืออายุราชการอีกเกือบ 10 ปี หากได้รับการแต่งตั้ง ย่อมสามารถขับเคลื่อนงานต่อเนื่องได้หลายรัฐบาล ขณะที่นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์
รายละเอียดเพิ่มเติม
ซึ่งได้รับความเห็นชอบเป็นปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็เหลืออายุราชการประมาณ 7 ปี เช่นเดียวกับนายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ปลัดกระทรวงยุติธรรม ซึ่งจะเกษียณในปี 2576
หากย้อนกลับไปสมัยนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เมื่อปี 2567 ก็เคยผลักดันนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ขึ้นเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย ในวัยเพียง 53 ปีเท่านั้น
การที่รัฐบาลแต่งตั้งคนที่มีอายุราชการเหลืออีกหลายปี ไม่ใช่เรื่องผิด หากบุคคลเหล่านั้นมีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และผ่านกระบวนการคัดเลือกอย่างโปร่งใส
สถานการณ์ล่าสุด
โดยคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ แต่สิ่งที่รัฐบาลต้องตอบสังคมให้ชัดคือ เลือกแต่งตั้งคนนั้นเพราะอะไร การเลือกคนอายุน้อย ข้อดีคือได้ผู้บริหารที่มีอายุการทำงานนาน
สามารถวางยุทธศาสตร์และแก้ปัญหาระยะยาวได้ ไม่ต้องเปลี่ยนตัวกันทุกครั้งที่การเมืองเปลี่ยนขั้ว แต่หากการแต่งตั้งถูกมองว่า
เป็นการส่งคนของรัฐบาลเข้าไปอยู่ในจุดยุทธศาสตร์กลไกรัฐเป็นเวลานาน ระบบราชการอาจถูกตั้งคำถามกลับในเรื่องความเป็นกลางทางการเมืองได้เช่นกัน
มุมมองและผลกระทบ
ทุกรัฐบาลมีสิทธิ์เสนอชื่อผู้บริหารราชการที่เห็นว่าเหมาะสม โดยเฉพาะในช่วงวาระแต่งตั้งโยกย้ายตามปีงบประมาณ ไม่ว่าผู้ได้รับการผลักดันจะมีอายุราชการเหลืออีกเพียง 1 ปี หรืออีก 5 ปี 10
ปี ย่อมไม่ใช่ปัญหา ปัญหาอยู่ที่รัฐบาลต้องตอบให้ได้ว่า เลือกเสนอแต่งตั้งบุคคลเหล่านี้ด้วยเหตุผลใด หากเลือกเพราะความรู้ ความสามารถ ประเทศและประชาชนย่อมได้ประโยชน์
แต่หากเลือกเพราะสายสัมพันธ์ทางอำนาจ สังคมย่อมมีสิทธิ์ตั้งข้อสงสัยว่า แท้จริงแล้วรัฐบาลต้องการสร้างทีมบริหารเพื่อความต่อเนื่องของประเทศ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
หรือกำลังจัดวางเครือข่ายที่เป็นประโยชน์กับรัฐบาลในระยะยาว ที่สำคัญกว่านั้น ข้าราชการผู้ได้รับแต่งตั้งในทุกระดับ จะต้องทำงานรับใช้ประเทศและประชาชนอย่างเต็มกำลัง
เพื่อพิสูจน์ตนเองว่ามีคุณสมบัติเหมาะสมกับตำแหน่ง ไม่ได้มาเพราะเส้นสาย หรือเพื่อเป็นเครื่องมือทางการเมืองให้ใคร
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ข่าวสด



