ดร.นพดล ถอดบทเรียนกราดยิง ดันคุมอาวุธปืน-อาสาสมัครตร.บ้านยุคใหม่ สร้างเครือข่ายป้องกันเหตุซ้ำ
อัปเดตเมื่อ: 8 สิงหาคม 2569 เวลา 12:35อ่าน 3 นาที

ดร.นพดล ถอดบทเรียนกราดยิงในโรงเรียน ชูนโยบาย อนุทิน-กิตติ์รัฐ ควบคุมอาวุธปืน และอาสาสมัครตำรวจบ้านยุคใหม่ ป้องกันเหตุซ้ำ เชื่อม ตำรวจ–โรงเรียน–ครอบครัว–ชุมชน–ท้องถิ่น–อาสาสมัครฯ
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ทำงานเป็นระบบเดียวกัน เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา กรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ผู้แทนภาคประชาชน และอาจารย์ประจำหลักสูตรปริญญาโท วิชานวัตกรรมสันติภาพ
คณะรัฐประศาสนศาสตร์ วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม กล่าวว่า เหตุการณ์กราดยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์นนทบุรี ว่าเป็นอีกเหตุการณ์หนึ่งที่สะเทือนความรู้สึกของสังคมไทยอย่างยิ่ง
รายละเอียดเพิ่มเติม
เพราะโรงเรียนควรเป็นพื้นที่ที่เด็ก และเยาวชนรู้สึกปลอดภัยที่สุด แต่เมื่อสถานที่ซึ่งควรเต็มไปด้วยการเรียนรู้และความหวัง กลับกลายเป็นพื้นที่ของความหวาดกลัว
เหตุการณ์นี้จึงไม่ได้ตั้งคำถามเพียงว่า “ตำรวจจะรับมือกับเหตุร้ายอย่างไร” แต่ยังตั้งคำถามที่ใหญ่กว่านั้นว่า “เราจะทำอย่างไรไม่ให้เหตุเช่นนี้เกิดขึ้นอีก” ผศ.ดร.นพดล กล่าวว่า
สำหรับตนคำตอบหนึ่งที่สำคัญมาก คือ เราต้องเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องความปลอดภัยจากเดิมที่มองว่าเป็นหน้าที่ของตำรวจฝ่ายเดียว ไปสู่แนวคิดว่า “ตำรวจและประชาชนเป็นหุ้นส่วนความปลอดภัย”
สถานการณ์ล่าสุด
เพราะในโลกความเป็นจริง ตำรวจไม่อาจอยู่ได้ทุกมุมถนน ทุกโรงเรียน ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล หรือทุกสถานที่ที่มีประชาชนรวมตัวกันจำนวนมาก แต่ประชาชนอยู่ตรงนั้นอยู่แล้ว
และคนในชุมชนรู้จักพื้นที่ของตนเองดีที่สุด หากคนเหล่านี้มีความรู้ มีระบบประสานงาน และมีช่องทางเชื่อมต่อกับตำรวจอย่างถูกต้อง พวกเขาย่อมกลายเป็นกำลังสำคัญในการป้องกันเหตุ
ก่อนที่เหตุร้ายจะพัฒนาไปถึงจุดที่แก้ไขไม่ทัน ผศ.ดร.นพดล กล่าวด้วยว่า ตนได้มีโอกาสสัมผัสงานด้านการจัดการความเสี่ยงตั้งแต่ปี 2567 ในช่วงที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์
มุมมองและผลกระทบ
ดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) มีการเปิดพื้นที่ให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในหลักสูตรการป้องกันคนร้ายก่อเหตุใช้อาวุธปืนในพื้นที่เปราะบาง หรือ Soft Target
ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า โรงเรียน โรงพยาบาล สถานบันเทิง และสถานที่สาธารณะที่มีประชาชนจำนวนมาก แนวคิดสำคัญในเวลานั้นไม่ได้อยู่ที่การทำให้ประชาชนกลายเป็นตำรวจ แต่คือการทำให้ประชาชน
“รู้เท่าทันภัย รู้วิธีแจ้งเหตุ รู้วิธีเอาตัวรอด และรู้วิธีประสานกับตำรวจ” เพื่อให้ทุกพื้นที่มีความพร้อมมากขึ้นก่อนเกิดวิกฤต ผศ.ดร.นพดล กล่าวว่า
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
วันนี้การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนจึงเป็นเรื่องจำเป็นต่อความปลอดภัย ที่ต้องถูกยกระดับขึ้นเป็นทิศทางเชิงนโยบายของประเทศ ผ่านแนวคิด “อาสาสมัครตำรวจบ้านยุคใหม่”
และนโยบายควบคุมอาวุธปืนของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และได้รับการขับเคลื่อนต่อโดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ สะท้อนภาพของการเชื่อมโยงระหว่าง
“ผู้นำฝ่ายนโยบาย” กับ “ผู้นำฝ่ายปฏิบัติ” ให้เดินไปในทิศทางเดียวกัน คือการนำประชาชนกลับมาอยู่ ณ ศูนย์กลางของระบบความปลอดภัย ผศ.ดร.นพดล กล่าวด้วยว่า จุดสำคัญของนโยบายนี้ไม่ได…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



