ครม.รับทราบ ศธ.วางกรอบ ปมทรงผมนักเรียน ให้ร.ร.กำหนดตามบริบท-เคารพสิทธิเสรีภาพเด็ก
อัปเดตเมื่อ: 18 สิงหาคม 2569 เวลา 15:57อ่าน 3 นาที

ครม.รับทราบ ศธ.วางกรอบ ปมทรงผมเด็กนร. ให้ร.ร.กำหนดตามบริบท-เคารพสิทธิเสรีภาพเด็ก เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 18 สิงหาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ว่า ครม.รับทราบรายงานสรุปผลการพิจารณาต่อข้อเสนอแนะ เรื่องการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของเด็ก กรณีการไว้ทรงผมของนักเรียน
ตามที่ กระทรวงศึกษาธิการเสนอ ภายหลังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) มีข้อเสนอเกี่ยวกับการกำหนดและบังคับใช้กฎเรื่องทรงผมนักเรียน
รายละเอียดเพิ่มเติม
สาระสำคัญเห็นว่ายังไม่มีความจำเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 เพื่อกำหนดเรื่องทรงผมนักเรียนโดยเฉพาะ
เนื่องจากกฎหมายดังกล่าวมีวัตถุประสงค์หลักในการสงเคราะห์ คุ้มครองสวัสดิภาพ และส่งเสริมความประพฤติของเด็ก รวมถึงคุ้มครองสิทธิ สวัสดิภาพ และความปลอดภัยของเด็ก
แต่ไม่ได้ให้อำนาจในการกำหนดแบบหรือรายละเอียดเกี่ยวกับการไว้ทรงผมของนักเรียนโดยตรง ส่วนเรื่องทรงผมนักเรียน ทางกระทรวงศึกษาธิการ
สถานการณ์ล่าสุด
สามารถกำหนดนโยบายและแนวทางปฏิบัติภายใต้อำนาจตามกฎหมายด้านการศึกษา เพื่อให้สถานศึกษานำไปกำหนดแนวปฏิบัติที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละแห่งได้
โดยต้องไม่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของนักเรียน และคำนึงถึงความหลากหลายของระบบ รูปแบบ และวิธีการจัดการศึกษา
รวมถึงความแตกต่างของกลุ่มเป้าหมายและบริบทของแต่ละสถานศึกษา เพื่อให้กฎหรือแนวปฏิบัติที่กำหนดขึ้นมีความเหมาะสมกับสถานการณ์และสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม
มุมมองและผลกระทบ
และให้สถานศึกษารับฟังความคิดเห็นจากนักเรียน ผู้ปกครอง และผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง ก่อนกำหนดหรือประกาศใช้ พร้อมประชาสัมพันธ์ให้เกิดความเข้าใจและความชัดเจนในการปฏิบัติ
เพื่อให้กติกาที่กำหนดขึ้นสอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษาและได้รับการมีส่วนร่วมจากผู้ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ หากนักเรียนหรือนักศึกษาไม่ปฏิบัติตามระเบียบหรือข้อบังคับของสถานศึกษา
การดำเนินการทางวินัยยังสามารถดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดได้ แต่ต้องไม่ดำเนินการในลักษณะที่กระทบต่อสิทธิและเสรีภาพในร่างกายของนักเรียน
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
โดยครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา “เรื่องทรงผมนักเรียน ไม่ใช่การปล่อยให้เด็กทำตามอำเภอใจ
และไม่ใช่การกำหนดกฎแบบเดียวกันทั้งหมด แต่เป็นการวางกรอบที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละสถานศึกษา ควบคู่กับการรับฟังความคิดเห็นของนักเรียนและผู้ปกครอง ที่สำคัญคือ
การรักษาระเบียบต้องไม่แลกมาด้วยการละเมิดสิทธิและเสรีภาพในร่างกายของเด็ก แต่ให้การดำเนินการเป็นไปตามกฎหมายและแนวปฏิบัติด้านการศึกษาอย่างเหมาะสมกับแต่ละสถานศึกษา
โดยยึดหลักการคุ้มครองสิทธิ สวัสดิภาพ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของนักเรียนควบคู่กันไป
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



