ปรับประมาณการกำไรตลาดหุ้นไทยขึ้น แต่น้ำหนักไปที่กลุ่มพลังงาน
อัปเดตเมื่อ: 22 สิงหาคม 2569 เวลา 10:13อ่าน 3 นาที

ปรับประมาณการกำไรตลาดหุ้นไทยขึ้น แต่น้ำหนักไปที่กลุ่มพลังงาน บทความนี้อ้างอิงบทวิเคราะห์ของฝ่ายวิจัย บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ฉบับวันที่ 18 กรกฎาคม 2569
อ่านข่าวในหมวด ธุรกิจ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ซึ่งสรุปผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนไทยในไตรมาส 2/2569 (2Q69) ที่เติบโตเด่นทั้ง YoY และ QoQ อย่างไรก็ตาม กำไรที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี
ซึ่งได้อานิสงส์จากสงครามในตะวันออกกลางที่ทำให้อุปทานพลังงานตึงตัวและราคาพลังงาน-ปิโตรเคมีปรับขึ้น ขณะที่การปรับประมาณการกำไรปี 2569-70
รายละเอียดเพิ่มเติม
ของนักวิเคราะห์ก็มีน้ำหนักไปทางกลุ่มนี้เช่นกัน บทความนี้จะวิเคราะห์ผลของการปรับประมาณการที่ไม่สมดุลดังกล่าวต่อภาพการลงทุนในตลาดหุ้นไทยช่วงครึ่งปีหลัง 2569 (2H69) กำไรรวมโต
แต่กระจุกที่พลังงาน กำไรสุทธิรวมของบริษัทจดทะเบียนไทย (รวมทั้ง SET index และ Mai index) ใน 2Q69 อยู่ที่ 3.91 แสนล้านบาท เติบโต 14% YoY และ 12.5% QoQ อย่างไรก็ดี
กำไรที่เติบโตเด่นนี้ส่วนใหญ่เป็นผลจากกำไรของหุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีที่โตขึ้นถึง 48% ทั้ง YoY และ QoQ
สถานการณ์ล่าสุด
เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ได้รับอานิสงส์โดยตรงจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐ-อิหร่าน ซึ่งส่งผลให้ช่องทางการขนส่งน้ำมันหลักของโลกอย่างช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด
และโครงสร้างพื้นฐานด้านการผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในหลายพื้นที่ของตะวันออกกลางได้รับความเสียหายจากการโจมตี ทำให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกระหว่าง 2Q69 พุ่งขึ้นทะลุ 100
ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล นับเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่สงครามรัสเซีย-ยูเครนในปี 2565 อุปทานน้ำมันโลกที่ตึงตัวยังส่งผลต่อเนื่องไปถึงต้นทุนวัตถุดิบสำหรับผลิตปิโตรเคมี
มุมมองและผลกระทบ
ทำให้ทั้งค่าการกลั่นและสเปรดปิโตรเคมี (ส่วนต่างระหว่างราคาขายและต้นทุนวัตถุดิบ) ปรับขึ้นทำสถิติใหม่เช่นกัน เมื่อลองถอดกำไรสุทธิของหุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีออกจากการคำนวณ
จะพบว่ากำไรสุทธิรวมของบริษัทจดทะเบียน (ไม่รวมกลุ่มพลังงาน-ปิโตรเคมี) จะลดลงเหลือเพียง 2.38 แสนล้านบาท หรือหดตัวลง 0.9% YoY และ 2.6% QoQ
ภาพที่แท้จริงจึงสะท้อนว่ากำไรของบริษัทจดทะเบียนไทยใน 2Q69 เติบโตเด่นจากกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีเป็นหลัก ขณะที่กำไรของอุตสาหกรรมอื่นๆ ในภาพรวมยังคงชะลอตัวอยู่ ทั้งนี้
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ต้องยอมรับด้วยว่าการชะลอตัว YoY ของกำไรกลุ่มอื่นส่วนหนึ่งเป็นผลจากฐานกำไรที่สูงผิดปกติในปีก่อน จากการบันทึกกำไรพิเศษก้อนใหญ่ของหุ้น GULF ใน 2Q68 ราว 5.6 หมื่นล้านบาท
หุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ขนส่ง และธนาคาร กำไรดีกว่าคาด ฝ่ายวิจัยได้เปรียบเทียบผลประกอบการจริงของบริษัทจดทะเบียนใน 2Q69 กับประมาณการที่เคยคาดการณ์ไว้ จากหุ้นทั้งหมด 96
ตัวที่ฝ่ายวิจัยติดตาม ซึ่งมีมูลค่าตลาดรวมคิดเป็นราว 80% ของตลาดหุ้นไทย พบว่า 40% ของหุ้นที่ศึกษามีผลประกอบการดีกว่าคาด 41% เป็นไปตามคาด และอีก 20% ต่ำกว่าคาด โดยกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์
ขนส่ง และธนาคาร เป็นกลุ่มที่รายงานผลการดำเนินงานออกมาดีกว่าคาดมากที่สุด ผมประเมินว่าแนวโน้มผลการดำเนินงานของหุ้นทั้ง 3 กลุ่มนี้จะยังดีต่อเนื่องใน 3Q69 โดยกล…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



