ซักเคอร์เบิร์กถามว่าถ้าเชื่อว่า AI จะพาโลกสู่หายนะ แล้วทำไมยังเดินหน้าสร้างกันอยู่ ทั้งที่โมเดลของ Meta เองเพิ่งหลุดไปเจาะระบบบริษัทอื่น
อัปเดตเมื่อ: 22 สิงหาคม 2569 เวลา 09:44อ่าน 3 นาที

มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอของ Meta เผยแพร่บทความความยาว 6,500 คำ ชื่อ The Future is for Everyone บนเว็บไซต์ของบริษัทเมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา เพื่อวางวิสัยทัศน์ใหม่ด้าน AI
อ่านข่าวในหมวด ธุรกิจ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ของบริษัท พร้อมประกาศ 3 เรื่องใหญ่ในคราวเดียว ประเด็นสำคัญ คำถามที่ซักเคอร์เบิร์กบอกว่าสำคัญที่สุดของยุคนี้ การยิงตรงไปยังคู่แข่งที่นำอยู่ ตัวเลขมหาศาลที่อยู่เบื้องหลังวิสัยทัศน์
ช่องว่างระหว่างสิ่งที่พูดกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ทำไมหลายคนถึงไม่ซื้อวิสัยทัศน์นี้ เรื่องแรกคือ Meta จะกลับไปปล่อยโมเดล AI แบบเปิดที่ใครก็ดาวน์โหลดไปแก้ไขต่อได้อีกครั้ง
รายละเอียดเพิ่มเติม
เรื่องที่สองคือการตั้งกองทุนมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 32,920 ล้านบาท) เพื่อดูแลชุมชนรอบ Data Center ของบริษัท
และเรื่องที่สามคือการให้คณะกรรมการบริษัทมีอำนาจตัดสินว่าโมเดลใหม่ผ่านเกณฑ์ความปลอดภัยหรือไม่ แต่สิ่งที่ทำให้บทความชิ้นนี้ถูกพูดถึงมากที่สุด ไม่ใช่ประกาศทั้งสามข้อ
หากเป็นการที่ซักเคอร์เบิร์กใช้มันโจมตีคู่แข่งอย่าง OpenAI, Anthropic และ Google แบบไม่อ้อมค้อม พร้อมเสนอว่าอนาคตของ AI ควรอยู่ในมือของทุกคน
สถานการณ์ล่าสุด
ไม่ใช่กระจุกอยู่กับองค์กรใหญ่เพียงไม่กี่แห่ง ก่อนหน้านั้นราว 2 สัปดาห์ เขาเผยแพร่ฉบับย่อที่มีใจความคล้ายกันใน The Wall Street Journal มาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม
พร้อมให้สัมภาษณ์สื่อหลายสำนักเพื่อปูทางก่อนปล่อยฉบับเต็ม คำถามที่ซักเคอร์เบิร์กบอกว่าสำคัญที่สุดของยุคนี้ หัวใจของบทความอยู่ที่คำถามข้อเดียว
ซักเคอร์เบิร์กเขียนว่าคำถามสำคัญของยุคนี้ไม่ได้อยู่ที่ว่าปัญญาประดิษฐ์ที่ฉลาดเหนือมนุษย์ หรือที่ Meta เรียกว่า superintelligence จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ เพราะยังไงมันก็ต้องเกิด
มุมมองและผลกระทบ
สิ่งที่ต้องตอบให้ได้คือใครจะได้เข้าถึงมันต่างหาก ซักเคอร์เบิร์กเสนอแนวคิด 3 เสาหลัก เสาแรกคือการให้อำนาจกับคนธรรมดา ซึ่งเขามองว่าเป็นบ่อเกิดของความมั่งคั่ง เสาที่สองคือ AI
ควรถูกใช้เพื่อ ‘คิดค้นสิ่งใหม่’ เป็นหลัก ไม่ใช่เพื่อทำงานแทนคน และเสาที่สามคือการถ่วงดุลอำนาจ ซึ่งเขาถือเป็นรากฐานของความปลอดภัย
เขาอธิบายว่าความก้าวหน้าครั้งใหญ่ของมนุษยชาติมักไม่ได้มาจากองค์กรใหญ่ที่มีอยู่แล้วเพียงอย่างเดียว แต่มาจากสองพี่น้องในร้านจักรยานที่เชื่อว่าคนบินได้,
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
เด็กฝึกงานเย็บปกหนังสือที่ไม่ได้เรียนหนังสือแต่ค้นพบวิธีผลิตไฟฟ้า และเด็กหนุ่มในโรงรถที่คิดว่าคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเป็นของทุกคนได้
เหตุผลที่เขาให้น้ำหนักกับการคิดค้นสิ่งใหม่มากกว่าการทำงานแทนคน คือจำนวนคำถามที่คนถาม AI ได้ในหนึ่งวันนั้นมีเพดานอยู่ แต่จำนวนสิ่งใหม่ที่ AI
คิดค้นขึ้นมาเพื่อช่วยให้คนไปถึงเป้าหมายนั้นไม่มีเพดาน สิ่งที่เขาสัญญาไว้เป็นรูปธรรมคือ Meta จะปล่อยเครื่องมือ AI เวอร์ชันฟรีให้คนหลายพันล้านคนใช้
และจะพยายามให้ราคาถูกที่สุดเท่าที่ทำได้ พร้อมสร้างสิ่งที่เรียกว่า ‘โหมดส่วนตัวเต็มรูปแบบ’ ซึ่งจะทำให้แม้แต่ Meta เองหรือผู้ให้บริการรายใดก็ตาม มองไม่เห็นข้อมูลของผู้ใช้
เพื…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



