พิพัฒน์ จ่อปัดฝุ่น นิคมจะนะ ยุคบิ๊กตู่ ให้สภาพัฒน์ฯศึกษาใหม่ หลังท่าเรือสงขลาแออัด-ขุดลึกไม่ได้
อัปเดตเมื่อ: 17 สิงหาคม 2569 เวลา 14:32อ่าน 3 นาที

“พิพัฒน์” เผย จ่อปัดฝุ่น “นิคมจะนะ” ให้สภาพัฒน์ฯศึกษาใหม่ หลังท่าเรือสงขลาแออัด-ขุดลึกเพิ่มไม่ได้ เหตุติดโบราณสถาน ระบุ เป็นกึ่งนิคมฯ ชงปรับผังเมือง เปิดทางเอกชนลงทุน เมื่อเวลา
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
13.10 น. วันที่ 17 สิงหาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ หรือ ครม.
สัญจรที่จังหวะสงขลา ระหว่างวันที่ 31 ส.ค. ถึง 1 ก.ย. ว่า ตนในฐานะรองนายกฯ ที่กำกับดูแลพื้นที่ภาคใต้ ว่า ได้ประชุมร่วมกับนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
รายละเอียดเพิ่มเติม
และนายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม หารือกับผู้ว่าราชการจังหวัด และคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน ( กรอ. ) เพื่อนำเสนอโครงการต่างๆ พื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ ที่ 5
จังหวัดอยากได้ รวบรวมให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาเสนอ ผ่านกระทรวงมหาดไทยไปสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งจะมีการประชุมในวันที่ 31 ส.ค.อีกครั้งหนึ่ง
โดยส่วนใหญ่จะเป็นโครงการป้องกันน้ำท่วม ซึ่งปีที่แล้วจังหวัดสงขลาเจออุทกภัยหนัก และ 4 จังหวัดที่เหลือได้รับผลกระทบไม่มากก็น้อย ส่วนโครงการอื่นจะเป็นเรื่องผังจังหวัด
สถานการณ์ล่าสุด
ว่าจะมีการปรับสีใหม่หรือไม่ จะมีการพัฒนาเรื่องเศรษฐกิจโดยเฉพาะในสามจังหวัดใช้แดนภาคใต้ ว่าจะฟื้นเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างไร เพราะรายได้ต่อคนต่อปีค่อนข้างต่ำ
จึงต้องหารือกับผู้ว่าฯแต่ละจังหวัด ส่วนสงขลา จะมีโครงการพัฒนาที่จะนะที่จะเป็นกึ่งนิคมอุตสาหกรรมลงทุนโดยภาคเอกชน เมื่อถามว่า จะเป็นการรื้อฟื้น โครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ
ที่ถูกยกเลิกในสมัยรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์กล่าวว่า ไม่ได้ล้มโครงการ แต่เป็นการนำมาให้สภาพัฒน์ฯ ได้ศึกษาใหม่ โดยนำมาต่อยอดใหม่ ที่สภาพัฒน์ลงไปสำรวจเรื่อง
มุมมองและผลกระทบ
SCA ซึ่งเหลือประเด็นนี้ที่ยังเห็นไม่ตรงกัน คือการสร้างท่าเรือน้ำลึก ซึ่งเรามีท่าเรือน้ำลึกสงขลาอยู่แล้ว แต่วันนี้เกิดปัญหาความแออัด ที่ผู้ประกอบการส่งออกในพื้นที่กังวล
ท่าเรือไม่พอกับการรองรับกับเรือขนส่งสินค้า ซึ่งท่าเรือสงขลาไม่สามารถขยายได้ เพราะความลึกที่จะลอกเกินกว่า 9 เมตร ซึ่งติดกับรากหิน ตรงนั้นเค้าเรียกเขาหัวแดง เป็นที่ตั้งของโบราณสถาณ
จึงไม่สามารถที่จะลากหินลงไปในแนวทะเลให้ลึกกว่า 9 เมตรได้ ดังนั้นจะมีปัญหาว่าเรือขนาดใหญ่ กว่าปัจจุบันไม่สามารถเข้าเทียบท่าได้ ตรงนี้จะศึกษาเพิ่มเติม
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
จากที่นายสรรเพชญไปหาข้อมูลร่วมกับกรมเจ้าท่า จะนำให้สภาสภาพัฒน์ฯ ศึกษาต่อใหม่ เมื่อถามว่า งบที่จะใช้ในการพัฒนาพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ทั้งหมดเท่าไหร่ นายพิพัฒน์กล่าวว่า
ยังไม่เห็นสรุปตัวเลข แต่ที่นำเสนอมาเป็นเรื่องของตัวเลขการลงทุนของภาคเอกชนเป็นส่วนใหญ่เกือบทั้งหมด ดังนั้นในส่วนของภาครัฐก็คือการอนุมัติโครงการเท่านั้นเอง
แต่หลักใหญ่คือเรื่องของผังเมือง
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



