‘คมนาคม’ จ่อหารือ ‘คลัง’ เดินหน้าเปลี่ยนรถ รถตู้-รถเมล์-แท็กซี่ คันเก่า สู่ยานยนต์ไฟฟ้าคันใหม่ภายในสัปดาห์นี้
อัปเดตเมื่อ: 18 สิงหาคม 2569 เวลา 16:19อ่าน 3 นาที

‘เอกนิติ’ เผย กระทรวงคมนาคม จ่อหารือ กระทรวงการคลัง เดินหน้าเปลี่ยนรถ รถตู้-รถเมล์-แท็กซี่ คันเก่า สู่ยานยนต์ไฟฟ้าคันใหม่ภายในสัปดาห์นี้ คาดโซลาร์รูฟท็อปเสนอ ครม. ทันไตรมาส 4 ปีนี้
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ประเด็นสำคัญ วางกรอบเปลี่ยนผ่านพลังงาน 3 ด้าน เดินหน้าโละ รถตู้-รถเมล์-แท็กซี่ เก่าสู่ EV ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
เผยความคืบหน้าของแผนงานที่ 2 ด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ภายใต้ พ.ร.ก. กู้เงิน 400,000 ล้านบาทว่า กระทรวงคมนาคมจะเข้าหารือกับลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง
รายละเอียดเพิ่มเติม
ในฐานะประธานคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ภายในสัปดาห์นี้ (17-21 สิงหาคม) เกี่ยวกับมาตรการเปลี่ยนผ่าน ‘รถสาธารณะ’ จากรถสันดาปมาเป็นรถไฟฟ้า
สำหรับมาตรการผลักดันการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป เพื่อลดภาระค่าไฟของประชาชนนั้น ดร.เอกนิติเผยว่า กระทรวงการคลังยังอยู่ระหว่างหารือกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.)
โดยคาดว่าจะเห็นความชัดเจนและเสนอเข้าที่ประชุม คณะรัฐมนตรี (ครม.) เสร็จสิ้นภายในไตรมาส 4 นี้ พร้อมกันนี้ ดร.เอกนิติย้ำว่า เศรษฐกิจไทยเผชิญสัญญาณเปราะบางอีกครั้ง
สถานการณ์ล่าสุด
หลังดุลบัญชีเดินสะพัดไตรมาส 2/2569 พลิกกลับมาขาดดุลเป็นครั้งแรกในรอบ 8 ไตรมาส จากพลังงานนำเข้าที่มีต้นทุนพุ่งสูงขึ้น ท่ามกลางความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังยืดเยื้อ
จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ไทยต้องเร่งเปลี่ยนผ่านพลังงาน “เราพึ่งพาแก๊สธรรมชาตินำเข้ากว่า 65% พอน้ำมันแพงอีก เศรษฐกิจก็ถูกกระทบอีก เศรษฐกิจไทยอ่อนแออย่างนี้
เราถึงต้องเร่งเปลี่ยนผ่านพลังงาน และต้องทำควบคู่กันหลายภาคส่วน” ดร.เอกนิติกล่าว วางกรอบเปลี่ยนผ่านพลังงาน 3 ด้าน ด้าน ดร.สันติธาร เสถียรไทย ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
มุมมองและผลกระทบ
กล่าวว่า แต่ละนโยบายภายใต้แผนการเปลี่ยนผ่านพลังงาน มีวัตถุประสงค์ 3 ด้านด้วยกันได้แก่ 1) เป็นตัว ‘Jump Start’ เร่งการเปลี่ยนผ่านพลังงานในประเทศ 2) บรรเทาภาระค่าไฟฟ้า
และค่าโดยสารของประชาชน 3) สร้างอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ โดยเม็ดเงิน 200,000 ล้านภายใต้ พ.ร.ก. กู้เงินจะทำหน้าที่เป็นตัวเร่งหรือ ‘Jump Start’
ให้เกิดการลงทุนพร้อมกันในหลายภาคส่วน ทั้งฝั่งผู้ผลิตและผู้ใช้พลังงาน ซึ่งทางฝั่งผู้ผลิต จะช่วยสร้างแหล่งพลังงานสะอาดใหม่ ยกระดับระบบสายส่งและสมาร์ทมิเตอร์ ขณะที่ฝั่งผู้ใช้ไฟฟ้า
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
จะปรับเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) มากขึ้น พร้อมพัฒนาทักษะแรงงานเพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต นอกจากมาตรการระยะสั้นเพื่อเร่งการลงทุนแล้ว รัฐบาลยังเดินหน้าวางรากฐานระยะยาว เช่น
การผลักดันระบบ Direct PPA ซึ่งจะเปิดทางให้ ‘ผู้ประกอบการและภาคธุรกิจขนาดใหญ่’ สามารถซื้อขายไฟจากผู้ผลิตพลังงานสะอาดได้โดยตรง
เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านพลังงานของไทยเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะยาวอีกด้วย โดย รัฐบาลมุ่งเปลี่ยนผ่านพลังงานผ่าน 3 แนวทางหลัก ดังนี้ การเปลี่ยนผ่านพลังงาน
เพิ่มการผลิตและใช้พลังงานสะอาด เช่น โซลาร์รูฟท็อป ระบบสายส่ง และระบบกักเก็บพล…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



