สาวศรีสะเกษช็อก เช็กแอพพ์ทางรัฐ เจอคดีอาญา เปิดไทม์ไลน์แจงยิบมีหลักฐานที่อยู่ จี้ตรวจสอบ
อัปเดตเมื่อ: 25 สิงหาคม 2569 เวลา 13:30อ่าน 3 นาที

สาวศรีสะเกษช็อก เช็กแอพพ์ทางรัฐ เจอคดีอาญา เปิดไทม์ไลน์แจงยิบมีหลักฐานที่อยู่ จี้ตรวจสอบ เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนจาก น.ส.ณัทฆลตา อายุ 45 ปี
อ่านข่าวในหมวด สังคม เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ซึ่งประกอบกิจการร้านกดสิวในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ หลังเจ้าตัวตรวจสอบประวัติของตนเองผ่านแอพพลิเคชั่น “ทางรัฐ” แล้วพบข้อมูลคดีอาญาที่ไม่เคยรับรู้มาก่อน
จนนำไปสู่การเดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อุทุมพรพิสัย น.ส.ณัทฆลตาเปิดเผยว่า เหตุการณ์เริ่มต้นเมื่อวันเสาร์ที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา
รายละเอียดเพิ่มเติม
ขณะที่เพื่อนเดินทางมาใช้บริการที่ร้านกดสิว และพูดคุยกันตามปกติ ก่อนเพื่อนจะถามว่า เคยเข้าไปตรวจสอบประวัติของตัวเองในแอพพลิเคชั่นทางรัฐหรือไม่
พร้อมแนะนำวิธีตรวจสอบข้อมูลประวัติอาชญากรรมและประวัติคดีของตนเอง ด้วยความสนใจจึงลองเข้าไปตรวจสอบ โดยไม่ได้คาดคิดว่าจะพบสิ่งผิดปกติ แต่เมื่อเปิดดูข้อมูลกลับพบว่า
มีชื่อของตนเองปรากฏอยู่ในคดีอาญา โดยระบุว่าเกี่ยวข้องกับคดีขายสุราเกินเวลา และมีข้อมูลว่าถูกจับกุมเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2566 เวลา 17.05 น. “ตอนที่เห็นครั้งแรกตกใจมาก
สถานการณ์ล่าสุด
เพราะเราไม่เคยรู้มาก่อนว่าตัวเองมีคดีอาญา ตอนแรกคิดว่าแอพพ์ทางรัฐอาจมีข้อมูลผิดพลาดหรือระบบอาจจะคลาดเคลื่อน ก็เลยอยากไปตรวจสอบให้แน่ใจว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร”
น.ส.ณัทฆลตากล่าว หลังจากนั้นเจ้าตัวจึงเดินทางไปที่ สภ.อุทุมพรพิสัย เพื่อขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบข้อมูลคดีดังกล่าว
โดยหวังว่าจะพบว่าเป็นเพียงความผิดพลาดของระบบหรือการบันทึกข้อมูลที่คลาดเคลื่อน แต่ผลการตรวจสอบเบื้องต้นกลับทำให้เจ้าตัวตกใจมากขึ้น เพราะเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วพบว่า
มุมมองและผลกระทบ
มีข้อมูลคดีอยู่ในระบบจริง ทั้งข้อมูลการลงบันทึกประจำวัน รายละเอียดข้อกล่าวหา และข้อมูลเกี่ยวกับการจับกุม รวมถึงมีการระบุว่ามีตำรวจและชุดจับกุมเข้าไปดำเนินการจริง
น.ส.ณัทฆลตากล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แนะนำให้กลับมาตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้ง เพื่อดูว่าสำนวนคดีดังกล่าวมีที่มาอย่างไร และประเด็นสำคัญคือ
ใครเป็นผู้ลงชื่อหรือให้ความยินยอมแทนตัวเธอ เนื่องจากเจ้าตัวยืนยันว่าไม่เคยถูกจับกุมหรือรับทราบคดีดังกล่าวมาก่อน น.ส.ณัทฆลตากล่าวว่า เมื่อถึงวันจึงเดินทางกลับไปที่
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
สภ.อุทุมพรพิสัยอีกครั้ง และได้ขอตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้องกับคดี พบว่ามีสำนวนคดีถูกจัดเก็บอยู่จริง และคดีดังกล่าวได้ดำเนินการจนเสร็จสิ้นแล้ว
โดยมีข้อมูลว่ามีการชำระค่าปรับและดำเนินการตามกระบวนการของคดีเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่ทำให้เจ้าตัวเกิดข้อสงสัยอย่างมากคือ เมื่อขอตรวจสอบเอกสารในสำนวน กลับไม่พบลายเซ็นของตน
ในเอกสารที่เกี่ยวข้องตามที่เธอคาดว่าจะต้องมี หากเป็นผู้ถูกจับกุมและดำเนินคดีจริง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ณัทฆลตายังได้นำหลักฐานเกี่ยวกับไทม์ไลน์ในวันที่ 11 มีนาคม 2566
ไปให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบ เพื่อยืนยันว่าในช่วงเวลาที่มีการระบุว่าเธอถูกจับกุม เธออยู่ที่ใดและกำลังทำอะไรโดยหนึ่งในหลักฐานสำคัญที่นำไปแสดง คือภาพถ่ายและข้อมูลสถาน…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



