ทิ้งหมัดเข้ามุม – คดีโกง-ฮั้วสว. ต้องส่งศาลเท่านั้น
อัปเดตเมื่อ: 17 สิงหาคม 2569 เวลา 18:45อ่าน 2 นาที

กระชั้นเข้ามาทุกขณะ สำหรับคดีอื้อฉาวทางการเมืองครั้งมโหฬาร โกงและฮั้วเลือกสว.เมื่อปี 2567 ตามที่กกต.ตั้งกรอบระยะเวลาเอาไว้คือสิ้นเดือนส.ค. หรือไม่ก็ต้นเดือนก.ย. 2569 โดย 7
ประเด็นสำคัญ
เสือกกต.จะร่วมกันพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาด จะส่งสำนวนคดีฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งหรือไม่ จะฟ้องผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คน หรือจะฟ้องบางคน บางส่วน หรืออาจไม่ฟ้องทั้งหมดเลยก็ได้
ก็คงอยู่ในกรอบนี้ ก่อนหน้านี้ นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ 1 ใน 7 กกต. ระบุกกต.ไม่กังวล พร้อมแจกแจงยืนยันพิจารณาตามพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวน โดยยึดสํานวนของคณะกรรมการสืบสวนไต่สวนชุดที่
รายละเอียดเพิ่มเติม
26 เป็นหลัก ส่วนคณะอื่นๆ เช่น คณะอนุกรรมการวินิจฉัยฯ ที่ 36 ที่เห็นแย้งกับคณะกรรมการสืบสวนฯ โดยมองว่าไม่มีมูลสั่งฟ้องนั้น กกต.สิทธิโชติระบุไม่ต้องกังวล
หากพยานหลักฐานในสํานวนหลักของคณะที่ 26 รวบรวมไว้ว่าอย่างไร กกต.ก็ต้องพิจารณาตามสํานวนนั้นเป็นหลัก แล้วนำความเห็นของคณะที่ 36
มาประกอบการพิจารณาว่าเหตุผลที่เห็นแย้งกันนั้นเป็นอย่างไร โดย กกต.พิจารณาไล่เรียงแยกย่อยทีละข้อหา ข้อหาแรกได้ใช้เวลาพิจารณาและพูดคุยกันเกือบ 1 เดือนเต็ม
สถานการณ์ล่าสุด
จากนั้นจึงทยอยพิจารณาข้อหาจนกระทั่งถึงข้อหาที่ 7 ซึ่งถือเป็นข้อหาชุดสุดท้าย เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหาแต่ละบุคคลอาจถูกร้องเรียนและเชื่อมโยงในหลายข้อหาที่แตกต่างกัน บางคนอาจโดนหลายข้อหา
หรือบางคนอาจมีเพียงข้อหาเดียว โดยกกต.จำเป็นต้องพิจารณาแยกแยะในรายละเอียดของแต่ละข้อหาก่อนจะนำมาประมวลภาพรวมทั้งหมดร่วมกัน
“หลังจากที่ประชุมพิจารณาข้อหาชุดสุดท้ายแล้วเสร็จจะเว้นช่องว่างไว้ประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อเปิดโอกาสให้กกต.แต่ละท่านนำข้อมูล พยานหลักฐาน และเหตุผลข้อโต้แย้งทั้งหมดไปพินิจวิเคราะห์
มุมมองและผลกระทบ
ตกผลึกทางความคิด และสรุปภาพรวมทั้งหมดอย่างถี่ถ้วน ก่อนจะกลับมาร่วมประชุมเพื่อลงมติวินิจฉัยเรียงรายบุคคลต่อไป” ข้ออธิบายจากนายสิทธิโชติ ขณะเดียวกัน บรรดาพรรคร่วมฝ่ายค้าน
ไม่ว่าจะพรรคประชาชน พรรคประชาชาติ และพรรคประชาธิปัตย์ ต่างก็โหมเป็นการใหญ่ช่วงโค้งสุดท้าย โดยจัดกิจกรรมเปิดพยานและหลักฐานในทุกสัปดาห์ ย้ำกกต.ต้องส่งสำนวนคดีเข้าสู่ชั้นศาลเท่านั้น
อย่าใช้อำนาจตามอำเภอใจ หากมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า ผู้สมัคร หรือบุคคลอื่น ไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองหรืออะไรก็ตาม หากทำให้การเมืองไม่สุจริตก็ต้องส่งให้ศาลไต่สวน ถ้าเกินจากกรอบนี้
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
กกต.เองจะเป็นฝ่ายที่ถูกดำเนินคดี เอาเป็นว่าในห้วงนี้ คดีโกงและฮั้วสว. กระชั้นและจะร้อนแรงขึ้นตามลำดับ ทุกฝ่ายจะยิ่งเฝ้ามองการพิจารณาของกกต. ข้าวตอกแตก
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ข่าวสด



