กางแผนส่งเสริมและรักษา’ต้มยำกุ้ง’
อัปเดตเมื่อ: 24 สิงหาคม 2569 เวลา 06:07อ่าน 3 นาที

อาหารประจำชาติของแต่ละประเทศล้วนมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกัน เมื่อพูดถึงประเทศไทยคงหนีไม่พ้น “ต้มยำกุ้ง” เมนูสุดแซบ กินอร่อยได้สุขภาพดี ของโปรดของชาวไทยและชาวต่างประเทศ ซึ่ง “
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ต้มยำกุ้ง” หรือ “Tomyum Kung” ขึ้นทะเบียนในบัญชีรายการตัวแทนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ (Representative List of the Intangible Cultural Heritage of Humanity )
ขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก (UNESCO) เมื่อปี 2567 กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) กระทรวงวัฒนธรรม เปิดการประชุมเวทีสาธารณะเพื่อเผยแพร่
รายละเอียดเพิ่มเติม
“แผนขับเคลื่อนการส่งเสริมและรักษา ต้มยำกุ้ง มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่ขึ้นทะเบียนกับ UNESCO” โอกาสนี้ นางโชติกา อัครกิจโสภากุล อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เป็นประธาน
เมื่อวันก่อน เวทีสาธารณะครั้งใหญ่นี้เปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจากทุกภาคส่วนร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยมีกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง ผู้เพาะปลูกสมุนไพร
นักวิชาการและผู้ทรงคุณวุฒิ วัฒนธรรมจังหวัด 11 จังหวัด ประธานสภาวัฒนธรรมเขต 15 เขต บุคลากรกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เครือข่ายนำร่อง 5 จังหวัด
สถานการณ์ล่าสุด
(พระนครศรีอยุธยา นครปฐม กาฬสินธุ์ สุราษฎร์ธานี เชียงใหม่) ตลอดจนกลุ่มเยาวชน เข้าร่วมกว่า 100 คน นางโชติกา อัครกิจโสภากุล กล่าวว่า ต้มยำกุ้งไม่ได้เป็นเพียงอาหารไทยที่คนทั่วโลกรู้จัก
แต่ยังสะท้อนภูมิปัญญา วิถีชีวิต และความสัมพันธ์ของคนไทยกับธรรมชาติและชุมชน UNESCO ขึ้นทะเบียนต้มยำกุ้งเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ
นับเป็นจุดเริ่มต้นการร่วมกันสืบสานรักษาภูมิปัญญานี้ให้คงอยู่ การจัดทำแผนขับเคลื่อนต้มยำกุ้งฯ อย่างเป็นรูปธรรม ถือเป็นกรอบการดำเนินงานที่นำไปสู่การปฏิบัติได้จริง
มุมมองและผลกระทบ
และเป็นกลไกสำคัญสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ 4 กระทรวง ประกอบด้วยกระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมประมง กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษาฯ ชุมชน
ผู้ปฏิบัติ เพื่อนำไปพัฒนาให้มีความรอบด้าน นำไปปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้ต้มยำกุ้งยังคงมีชีวิต สร้างคุณค่าทางมิติวัฒนธรรม สร้างเศรษฐกิจ สร้างอาชีพและรายได้
โดยรักษาเอกลักษณ์และภูมิปัญญาของชุมชนไว้ควบคู่กัน อธิบดี สวธ. กล่าวว่า การขึ้นทะเบียนต้มยำกุ้งเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมถือเป็นความภาคภูมิใจของคนไทย
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
รายการขึ้นทะเบียนต้องไม่หยุดอยู่กับที่ สวธ. ขับเคลื่อนผ่านการอนุรักษ์ สืบสาน ถ่ายทอด และสร้างการรับรู้ ไม่เพียงความอร่อย แต่บอกเล่าเรื่องราวและภูมิปัญญาของต้มยำกุ้งในหนึ่งชาม
ตั้งแต่วัตถุดิบที่มีประโยชน์ สมุนไพรสำคัญ ตะไคร้ ใบมะกรูด ข่า พริก และเครื่องปรุงต่างๆ สื่อองค์ความรู้ในการเลือกใช้วัตถุดิบของคนไทย วิธีการปรุง การต้มน้ำกับสมุนไพรให้เดือด
แล้วใส่เนื้อกุ้ง โปรตีนชั้นดี ก่อนจะปรุงรสจัดแบบยำ ด้วยมะนาว น้ำปลา และพริก สะท้อนวิถีชีวิตอันเรียบง่ายและภูมิปัญญาของชุมชนที่อยู่เบื้องหลังอาหารจานนี้จา…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



