ปธ.กมธ.ทหารฯ ชี้เหตุรุนแรงชายแดนใต้ รัฐล้มเหลวเชิงนโยบาย จี้ ‘นายกฯ’ ในฐานะ ผอ.กอ.รมน. รับผิดชอบ
อัปเดตเมื่อ: 24 สิงหาคม 2569 เวลา 06:45อ่าน 3 นาที

ปธ. กมธ.ทหารฯ สายปชน. จี้นายกรัฐมนตรีในฐานะ ผอ.กอ.รมน. แสดงความรับผิดชอบเชิงนโยบาย เร่งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และกำหนดมาตรการเชิงรุกที่เป็นรูปธรรมทันที
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ไม่ใช่เพียงแค่ออกแถลงการณ์ตามสถานการณ์ไปวัน ๆ 24 ส.ค.2569-นายเอกราช อุดมอำนวย สส.กทม.พรรคประชาชน(ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า
เหตุการณ์สร้างสถานการณ์ความไม่สงบพร้อมกันถึง 51 จุด ครอบคลุม 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (นราธิวาส 22 จุด, ยะลา 18 จุด, ปัตตานี 11 จุด) ในช่วงค่ำของวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา
รายละเอียดเพิ่มเติม
ตลอดจนเหตุการณ์ในช่วงปีที่ผ่านมา กระจายวง รุนแรงขึ้น ไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายและความหวาดผวาให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ แต่ยังเป็นสัญญาณที่ชัดเจนถึง
“ความล้มเหลวเชิงนโยบายและการบริหารจัดการความมั่นคงของรัฐบาลของชายแดนใต้” ในนาม ประธานคณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร
ขอแสดงความห่วงใยและส่งกำลังใจไปยังพี่น้องประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานชั้นผู้น้อยในพื้นที่ทุกนาย พร้อมทั้งขอชี้ให้เห็นถึงจุดบกพร่องสำคัญของการบริหารงานโดยรัฐบาล ดังนี้ 1.
สถานการณ์ล่าสุด
ความล้มเหลวของระบบการข่าวและการประเมินภัยคุกคาม การก่อเหตุพร้อมกันมากกว่า 50 จุดในเวลาไล่เลี่ยกัน ต้องอาศัยการวางแผน การระดมคน และการส่งกำลังบำรุงล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ
อะไรเป็นสาเหตุที่ไม่สามารถตรวจจับสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้าได้ สะท้อนถึงช่องโหว่ร้ายแรงในการบูรณาการงานการข่าวระหว่างหน่วยงาน
ทั้งที่มีการจัดสรรงบประมาณด้านความมั่นคงในพื้นที่ไปอย่างมหาศาล ต้องยอมรับว่า จนท ก็ทำงานหนักนะครับ แต่การข่าวของเราคือ ล้มเหลวจริง ๆ ต้องยอมรับ 2.
มุมมองและผลกระทบ
การใช้งบประมาณที่ขาดประสิทธิภาพและไม่ตรงเป้าหมาย ตลอดหลายปีที่ผ่านมา งบประมาณดับไฟใต้ถูกจัดสรรไปปีละหลายหมื่นล้านบาท แต่ผลลัพธ์กลับวนเวียนอยู่กับการตั้งรับ
เหตุการณ์ครั้งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า นโยบายการจัดซื้อจัดจ้างเทคโนโลยีและการกระจายทรัพยากรด้านความมั่นคงยังไม่ตอบโจทย์ความปลอดภัยของประชาชนอย่างแท้จริง
กำลังพลชั้นผู้น้อยยังขาดแคลนเครื่องมือที่ทันสมัย ขณะที่โครงสร้างส่วนบนกลับเทอะทะและล่าช้าในการสั่งการ 3. การบริหารขาดการมีส่วนร่วมของชุมชน
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
หากรัฐบาลยังคงพึ่งพากลไกอำนาจพิเศษและการรวมศูนย์ โดยละเลยการสร้างกระบวนการสันติภาพที่มีประสิทธิภาพและการดึงชุมชนท้องถิ่นเข้ามาเป็นแนวร่วม
เมื่อประชาชนในพื้นที่ไม่รู้สึกถึงความปลอดภัยและความเป็นธรรม การแก้ไขปัญหาจึงตกอยู่ในวังวนเดิม ผม จะติดตามข้อเท็จจริงถึง ประสิทธิภาพของการข่าว ระบบเตือนภัย
และการใช้งบประมาณในพื้นที่ และอยากมีเสนอรูปธรรมว่าเราต้องทบทวนยุทธศาสตร์ดับไฟใต้ทั้งระบบ รัฐบาลต้องเลิกซุกปัญหาไว้ใต้พรม ต้องปรับยุทธศาสตร์จากการ “ตั้งรับเชิงพื้นที่”
สู่การปฏิรูปโครงสร้างความมั่นคงที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเคารพสิทธิมนุษยชน ขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีในฐานะ ผอ.กอ.รมน. แสดงความรับผิดชอบเชิงนโยบาย เร่งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ
และกำหนดมาตรการเช…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



