ทีดีอาร์ไอ ชี้ถึงเวลาอุตฯยานยนต์ต้องเปลี่ยนผ่าน แนะบาลานซ์ 2 ด้าน หนุนผลิตทั้งสันดาป-อีวี
อัปเดตเมื่อ: 24 สิงหาคม 2569 เวลา 06:45อ่าน 3 นาที

‘ทีดีอาร์ไอ’ ชี้ถึงเวลาอุตฯยานยนต์ต้องเปลี่ยนผ่าน แนะบาลานซ์ 2 ด้าน หนุนผลิตทั้งสันดาป-อีวี เมื่อวันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา นายนณริฏ พิศลยบุตร นักวิชาการอาวุโส
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เปิดเผยว่า โจทย์ใหญ่ของยานยนต์ไทยอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากรถเครื่องยนต์สันดาปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) รัฐต้องบาลานซ์ 2 ขา
เดินหน้าหนุนอุตสาหกรรมแห่งอนาคต แต่ห้ามทอดทิ้งฐานผลิตเดิมสร้างการจ้างงานและซัพพลายเชนขนาดใหญ่ แนะรื้อโครงสร้างภาษีสรรพสามิตมาถูกทาง แต่ต้องยึดหลักแฟร์เพลย์
รายละเอียดเพิ่มเติม
โดยดูทั้งความสะอาดของรถและประโยชน์จากการลงทุน จ้างงาน และการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ ปัญหาของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยขณะนี้ไม่ใช่เพียงการแข่งขันระหว่างรถยนต์สันดาปกับอีวี
แต่เป็นโจทย์การเปลี่ยนผ่านของทั้งอุตสาหกรรม จากเดิมไทยมีจุดแข็งด้านการผลิตรถสันดาปและมีห่วงโซ่อุปทานขนาดใหญ่ ไปสู่รถยนต์ใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้นตามเทรนด์โลก
รถสันดาปเดิมมีคุณูปการสูงต่อเศรษฐกิจ ทั้งการใช้ชิ้นส่วนจำนวนมาก การจ้างงาน และธุรกิจต่อเนื่อง ขณะที่อีวีใช้ชิ้นส่วนและแรงงานบางส่วนแตกต่างจากระบบเดิม
สถานการณ์ล่าสุด
ทำให้ผู้ประกอบการและแรงงานต้องเร่งปรับตัว ดังนั้นไทยต้องมีสองธงคือ พัฒนาเป็นฐานยานยนต์สมัยใหม่ ควบคู่กับการรักษาฐานรถสันดาปให้เป็นตลาดรองรับการเปลี่ยนผ่านอย่างค่อยเป็นค่อยไป
นายนณริฏกล่าวว่า ส่วนกรณีรัฐบาลโดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เตรียมรื้อโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ทั้งระบบนั้นมองว่า
รัฐมาถูกทางเพราะที่ผ่านมารัฐให้น้ำหนักกับการส่งเสริมอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยเฉพาะอีวีมากกว่า ขณะที่ฐานผลิตเดิมยังต้องได้รับการดูแล
มุมมองและผลกระทบ
การปรับสมดุลจึงจะช่วยรักษาการจ้างงานและซัพพลายเชนได้ อย่างไรก็ตาม หลักการภาษีเป็นธรรมต้องพิจารณา 2 ด้านพร้อมกันคือ รถหรือเทคโนโลยีสะอาดกว่า ควรเสียภาษีน้อยกว่า
หรือได้รับการสนับสนุนมากกว่า และผู้ประกอบการลงทุนจริง จ้างงาน ใช้ซัพพลายเชน สร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศมาก ควรได้รับสิทธิประโยชน์มากกว่าเช่นกัน
สำหรับข้อเรียกร้องของโตโยต้าและฮอนด้าสะท้อนว่าอีวีนำเข้าบางส่วน โดยเฉพาะจากจีน ได้เปรียบด้านภาษีมากกว่ารถผลิตในไทย รัฐต้องแก้ไขเรื่องความเป็นธรรม
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
โดยเฉพาะกรณีโครงสร้างภาษีอาจเกิดจากการกำหนดหมวดหมู่หรือข้อตกลงทางการค้าในอดีต จนทำให้อีวีบางประเภทได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีมากกว่าควรเป็น
การปรับภาษีไม่ควรมุ่งกีดกันรถจากประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่ควรทำให้ผู้ประกอบการสร้างประโยชน์ในไทยได้รับแต้มต่ออย่างเหมาะสม พร้อมตั้งคำถามสำคัญว่า เมื่อไทยส่งเสริมอีวีแล้ว
คนไทยได้ประโยชน์กลับมามากน้อยเพียงใด ทั้งการเชื่อมโยงซัพพลายเชน การจ้างงาน และการลงทุนจริง นายนณริฏกล่าวว่า ส่วนกรณีอินโดนีเซียออกตัวแรง
ดึงค่ายรถญี่ปุ่นอย่างโตโยต้าและฮอนด้าให้ย้ายฐานการผลิตจากไทยนั้น เป็นสัญญาณเตือนไทยต้องให้ความสำคัญ แต่ยังไม่ถึงขั้นต้องตื่นตระหนก เพราะการย้ายฐานลงทุนมีหลายปัจจัย ทั้งต้นทุน
แรงงาน ตลาด…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



