พลพีร์จี้ หาตัวนายหน้าซื้อทะเบียนบ้าน-บัตรปชช.ขายต่อต่างชาติ ชี้ พวกนี้ต้องมีจุดจบ
อัปเดตเมื่อ: 17 สิงหาคม 2569 เวลา 13:28อ่าน 3 นาที

พลพีร์ ลงพื้นที่สกลนครติดตามการปราบขบวนการนายหน้าซื้อสำเนาทะเบียนบ้าน-บัตรประชาชน ขายต่อต่างชาติใช้จดทะเบียนบริษัท ย้ำคนทำความผิดต้องมีจุดจบ
ประเด็นสำคัญ
เร่งสืบสวนหาตัวคนทำผิดทั้งหมดรับโทษสูงสุดตามกฎหมาย เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ที่ห้องประชุมที่ทำการปกครองอำเภอพรรณานิคม จ.สกลนคร นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
นำชุดเฉพาะกิจลงพื้นที่ติดตามกรณีมีนายหน้าคนไทยนำสำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประชาชน 50 กว่าราย ให้ชาวต่างชาติใช้จดทะเบียนบริษัท โดยที่ทั้งเจ้าบ้านทราบเรื่องและไม่ทราบเรื่อง นายพลพีร์
รายละเอียดเพิ่มเติม
กล่าวว่า ในช่วงระหว่างการลงพื้นที่ที่อำเภอเกาะพะงัน และอำเภอเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อสัปดาห์ก่อน ตนได้รับรายงานว่ามีนายหน้าคนไทยนำสำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนในพื้นที่
จ.สกลนคร ให้ชาวต่างชาติใช้จดทะเบียนบริษัทโดยที่เจ้าตัวรู้และไม่รู้ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ทุกหน่วยงานจะต้องมีการเฝ้าระวังมากขึ้น เพราะมีการเอาทะเบียนบ้าน รหัสประจำบ้าน
เลขประจำตัวประชาชนที่เจ้าบ้านและประชาชนไม่ได้ยินยอมไปจดทะเบียนบริษัท และเชื่อว่าการตั้งบริษัทพวกนี้มีการเริ่มที่จะใช้คนไทยเป็นผู้ร่วมถือหุ้น เพื่อดำเนินธุรกิจปิดกฎหมายต่างๆ ต่อไป
สถานการณ์ล่าสุด
ดังนั้น สารตั้งต้นที่ผิดตั้งแต่แรก การทำธุรกิจและบริการหรืออะไรก็แล้วแต่ในอนาคตก็เชื่อว่าต้องเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง นายพลพีร์ กล่าวต่อว่า
จากการตรวจสอบพบความผิดปกติในการจดทะเบียนนิติบุคคลประเภทธุรกิจของคนต่างด้าวในพื้นที่จ.สกลนคร รวม 49 บริษัท เป็นบริษัทจีน 100% จำนวน 35 บริษัท และบริษัทสัญชาติไทย 100% จำนวน 14
บริษัท รวม 4 อำเภอ โดยในส่วนของอำเภอเมืองสกลนคร พบบ้าน 1 หลังคาเรือนจดทะเบียนบริษัท 1 บริษัท (สัญชาติจีน 100%) อำเภอสว่างแดนดิน พบบ้าน 3 หลังคาเรือน จดทะเบียน 14 บริษัท (สัญชาติไทย
มุมมองและผลกระทบ
100%) อำเภอภูพาน พบบ้าน 1 หลังคาเรือน จดทะเบียน 1 บริษัท (สัญชาติจีน 100%) อำเภอโคกศรีสุพรรณ พบบ้าน 33 หลังคาเรือน จดทะเบียน 33 บริษัท (สัญชาติจีน 100%) นายพลพีร์ กล่าวว่า
ตนได้ย้ำผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนครแล้วว่า จริงๆ แล้วไม่ได้มีเพียงแค่ 3-4 อำเภอที่เราเห็น เพราะวันนี้ท่านพาณิชย์จังหวัดได้ตรวจพบว่ามีการจดทะเบียนข้ามเขตจากจ.ชลบุรี
โดยระบุพื้นที่จ.สกลนครเป็นพื้นที่ตั้งบริษัท ซึ่งต้องประสานรองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ช่วยสังเกตและตรวจสอบทะเบียนร่วมกับพาณิชย์จังหวัดทุกจังหวัด
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ได้ช่วยกันตรวจสอบว่า ถ้ามีเหตุการณ์หรือสมการที่คล้ายคลึงกันนี้ จะต้องรีบรายงานและดำเนินการตรวจสอบ
ไม่ว่าจะเป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจหรือผู้ที่เข้าร่วมหรือสถานที่ตั้งอาจจะเป็นธุรกิจผิดกฎหมายไปด้วย “พี่น้องประชาชนที่ถูกนำเอกสารส่วนบุคคลไปแอบอ้าง
นำที่อยู่ของตนเองไปประกอบธุรกิจ หรือใช้ที่ตั้งบ้านไปประกอบธุรกิจ ก็จะโดนได้รับความผิดไปด้วย ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยจะสั่งการอธิบดีกรมการปกครองว่า
เรื่องพวกนี้จะต้องใช้กลไกกำนันผู้ใหญ่บ้าน ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน และคนในพื้นที่ช่วยกันประชาสัมพัน…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



