สมุยเดือด! บุกทลายนอมินี 60 บริษัท ‘เนอสเซอรี่-พูลวิลล่า-ธุรกิจวีซ่า’ หมายจับต่างชาติ 62 ราย
อัปเดตเมื่อ: 15 สิงหาคม 2569 เวลา 14:45อ่าน 3 นาที

สมุยเดือด!
มท.2 - พล.ต.อ.สำราญ - พล.ต.ท.นพศิลป์ สนธิกำลังบุกทลายนอมินีต่างชาติ เปิด 60 บริษัทผิดกฎหมาย “เนอสเซอรี่ - พูลวิลล่าหรู - ธุรกิจวีซ่า” โยงที่ดินพันล้าน หมายจับต่างชาติ 62 ราย 15 สิงหาคม 2569 - นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) พร้อมด้วย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร , พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผู้ช่วย ผบ.ตร.รรท.ผบช.ภ.8 , ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี, กรมพัฒนาธุรกิจการค้า , และ เจ้าหน้าที่ DSI ทุกหน่วยสนธิกำลังกว่า 300 นาย เปิดปฏิบัติการ “ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 7” ในพื้นที่ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ตามนโยบายกวาดล้างคนต่างด้าวที่ประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย และใช้คนไทยถือหุ้นหรือครอบครองทรัพย์สินแทน ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการสืบสวนต่อเนื่องตามแนวทาง “เกาะพะงันโมเดล” โดยตรวจสอบนิติบุคคลในเกาะสมุยทั้งหมด 12,906 บริษัท พบมีผู้ถือหุ้นต่างชาติ 8,254 บริษัท และมีลักษณะอาจเข้าข่ายนอมินี 875 บริษัท ภายหลังคัดกรองเชิงลึก เจ้าหน้าที่พบเป้าหมายต้องสงสัย 59 บริษัท ครอบครองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างรวม 37 แปลง เนื้อที่ 31 ไร่ 2 งาน 36.3 ตารางวา มูลค่าประมาณ 1,200 ล้านบาท นำไปสู่การดำเนินคดี 60 คดี ผู้ต้องหา 88 คน แบ่งเป็นคนไทย 26 คน และชาวต่างชาติ 62 คน ศาลจังหวัดเกาะสมุยอนุมัติหมายค้น 37 หมาย ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้จำนวน 14 คน ประกอบด้วย จีน และ อังกฤษ สัญชาติ ละ 4 คน, อิตาลี, ฝรั่งเศส, เนเธอร์แลนด์, ออสเตรีย, ฟิลิปปินส์ และ อเมริกา สัญชาติ ละ 1 คน การตรวจค้นครั้งนี้มุ่งไปที่เครือข่ายสำคัญ 5 กลุ่มบริษัท ประกอบด้วย 1. กลุ่มบริษัท กัลป์ - ทรี เครือข่ายชาวอิสราเอล 19 บริษัท มีการใช้โครงสร้างบริษัทหลายชั้นและคนไทยถือหุ้นแทน ประกอบธุรกิจสถานรับเลี้ยงเด็กเล็กวัยก่อนเข้าเรียนอนุบาล (เนอสเซอรี่) โดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงซื้อ พัฒนา ขาย และปล่อยเช่าวิลล่าหรูให้ลูกค้าต่างชาติ 2.กลุ่มบริษัท โฮล - ซี เครือข่ายชาวเยอรมัน 4 บริษัท ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างวิลล่าหรูบนพื้นที่เขาสูงชันอาจเกินกว่ากฎหมายกำหนด เสี่ยงต่อใบอนุญาตก่อสร้างที่มิชอบ ขายวิลล่าโดยวิธีการเปลี่ยนแปลงหุ้นส่วนในบริษัทนอมินี ไม่เสียภาษีซื้อขายที่ดิน และไม่นำรายได้มาเสียภาษีนิติบุคคล 3.กลุ่มบริษัท กมล พบคนไทยเข้าไปเกี่ยวข้องกับการจัดตั้งบริษัทจำนวน 27 บริษัท ให้ชาวต่างชาติ เพื่อใช้ขอใบอนุญาตทำงานหรือวีซ่าประเภทธุรกิจซึ่งเป็นวีซ่าระยะยาวสามารถอยู่ได้ 1 ปี โดยข้อมูลทางทะเบียนขัดแย้งกับการลงทุนจริง 4.กลุ่มบริษัท ปา จำนวน 16 บริษัท เริ่มจัดตั้งบริษัทจากคนไทยทั้งหมดเพื่อหลีกเลี่ยง กระบวนการที่ต้องแสดงเอกสาร จากนั้นจะนำบุคคลต่างด้าวเข้ามาสู่โครงสร้างผู้ถือหุ้น เพื่อขอใบอนุญาตทำงานและเปลี่ยน ประเภทวีซ่าเป็นวีซ่าธุรกิจ โดยไม่ได้มีการประกอบธุรกิจจริงแต่อย่างใด 5.กลุ่มบริษัท ไอ จำนวน 2 บริษัท โดยบริษัทดังกล่าวเริ่มต้นจากเบาะแสของสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย กรณ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



