"สีหศักดิ์" ไม่กังวล "กัมพูชา" ยื่นยูเอ็นรับรอง MOU 2543-แผนที่ 1 ต่อ 200,000
อัปเดตเมื่อ: 5 สิงหาคม 2569 เวลา 18:22อ่าน 3 นาที

วันนี้ (5 ส.ค.2569) นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีกัมพูชาเตรียม นำบันทึกความเข้าใจ MOU 2543 และแผนที่มาตราส่วน 1 ต่อ 200,000
ประเด็นสำคัญ
เสนอต่อองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ว่า ไม่ได้มีอะไรใหม่ที่ต้องกังวล เนื่องจากเอกสารต่าง ๆ เป็นที่รับรองของยูเอ็นอยู่แล้ว นายสีหศักดิ์ ระบุว่า MOU ปี 2543
ไม่ได้อ้างอิงเฉพาะแผนที่มาตราส่วน 1 ต่อ 200,000 แต่ยังมีเรื่องที่เขียนไว้ในสนธิสัญญา เช่น แนวสันปันน้ำ รวมถึงแผนที่มาตราส่วน 1:50,000 ที่ไทยใช้อ้างอิงด้วย ดังนั้น
รายละเอียดเพิ่มเติม
การดำเนินการของกัมพูชา จึงไม่ได้ส่งผลอะไรกับไทยเพราะเป็นหลักฐานที่มีอยู่ที่ยูเอ็น ส่วนความคืบหน้ากระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS)
ที่กัมพูชาเป็นผู้ริเริ่มนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการเสนอรายชื่อผู้ประนอมจากทั้งสองฝ่าย โดยมีการส่งรายชื่อเข้ามาแล้ว 6-7 คน ก่อนที่แต่ละฝ่ายจะคัดเลือกฝ่ายละ 3
รายชื่อเข้าสู่กระบวนการต่อไป ส่วนไทยจะเข้าร่วมกระบวนการดังกล่าวหรือไม่ หลังนายกรัฐมนตรีระบุว่า กัมพูชาไม่สามารถบังคับไทยได้ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า
สถานการณ์ล่าสุด
การประนอมภาคบังคับเป็นกลไกที่กำหนดไว้ภายใต้ UNCLOS และต้องเดินตามกติกา ทั้งนี้หากฝ่ายใดไม่เข้าร่วม กระบวนการก็ยังเดินหน้าต่อได้ โดยยูเอ็นจะมีการแต่งตั้งผู้ประนอมให้กับฝ่ายไทย
ดังนั้น ไทยจึงต้องเดินตามกระบวนการนี้ แต่มั่นใจว่าจะสามารถดูแลผลประโยชน์ของประเทศได้อย่างเต็มที่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ไทยยืนยันมาตลอดว่า
ขั้นตอนยังไม่ถึงเรื่องของการประนอมภาคบังคับ ต้องเกิดการเจรจาทวิภาคีก่อน ภายใต้ UNCLOS แต่ฝั่งของกัมพูชาอ้างว่า ไทยยกเลิก MOU 2544 จึงต้องเข้าการประนอมภาคบังคับ
มุมมองและผลกระทบ
ซึ่งไทยก็เคยยืนยันไปแล้วว่า ที่ยกเลิกเพราะ MOU 2544 ไม่มีความคืบหน้ามา 20 ปีแล้ว นอกจากนี้ การยกเลิก MOU 2544 เพื่อให้เริ่มสู่กระบวนการเจรจาใหม่ภายใต้ UNCLOS
ซึ่งกัมพูชาเพิ่งเข้ามาเป็นภาคี เมื่อเดือน มี.ค. จึงตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดกัมพูชาจึงไม่ลองเข้ามาร่วมเจรจาทวิภาคีก่อน ซึ่งอาจจะสร้างบรรยากาศที่ดีให้ 2
ฝ่ายได้เริ่มต้นพูดคุยปัญหาชายแดนทางบกได้บ้าง นายสีหศักดิ์ ยังกล่าวถึงกรณีรายงานพิเศษของนายทอม แอนดรูว์ ผู้เสนอรายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติ ที่กล่าวเรื่องสิทธิมนุษยชนในกัมพูชา ว่า
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
เป็นการปฏิบัติตามหน้าที่ของนายแอนดรูว์ แต่การที่จะบอกว่า ใครรุกล้ำใครอยู่นอกเหนืออาณัติของยูเอ็น และต้องคำนึงด้วยว่า สถานการณ์ไทย-กัมพูชาอยู่ในช่วงละเอียดอ่อน การแถลงใด ๆ
ที่พาดพิงประเทศไทยก็จะถูกกัมพูชานำมาใช้ ก่อนจะย้ำว่า การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนจะต้องคำนึงถึงความละเอียดอ่อนทางการเมืองด้วย
สิ่งที่เป็นห่วงคือไม่อยากให้เขาตกเป็นเครื่องมือของฝ่ายกัมพูชา อ่านข่าว : รอง ผบช.ก.เผย "ธีรุตม์" เข้ารับทราบข้อกล่าวหาปมทุจริตสอบท้องถิ่น 6 ส.ค.นี้ "ประกันสังคมก้าวหน้า"
ยื่นศาลปกครองกลางเพิกถอนคําสั่งชะลอเลือกตั้ง เร่งชันสูตรหาสาเหตุตาย "กระทิงกุยบุรี" พบร่องรอยถู…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส



