รัฐบาล "ส้ม-แดง-เขียว" ของยาก-เป็นได้แค่ "ปั่น"
อัปเดตเมื่อ: 5 สิงหาคม 2569 เวลา 21:10อ่าน 3 นาที

ปัจจัยตั้งรัฐบาลไม่ใช่เพียงเรื่องโอกาส หรือจำนวน สส.ทางทฤษฎี หรือแค่สางแค้นเท่านั้น ยังมีปัจจัยอื่น ๆ และต้องมองความเป็นไปได้ เป็นสำคัญ ฉะนั้น ในเชิงทางการเมือง
ประเด็นสำคัญ
สูตรแดงจับมือส้มและเขียวเทน้ำเงิน เป็นไปได้ยากในช่วงนี้ ไม่ต่างจากเสียงปฏิเสธ จากทั้ง ดร.เชน นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ผู้นำพรรคเพื่อไทยในรัฐบาล ที่ยืนยันเป็นพรรคร่วมรัฐบาล
ความสัมพันธ์และการทำงานกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล จึงเป็นไปอย่างเต็มที่ เช่นเดียวนายพริษฐ์ วัชรสินธุ์ แกนนำพรรคประชาชนที่ยืนยันพรรคทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้าน
รายละเอียดเพิ่มเติม
และไม่เคยชวนใครมาคุยด้วยทั้งสิ้น รวมทั้ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ที่ถูกจับตามากที่สุด เพราะเป็นคนบินไปฝรั่งเศสและโมนาโก จนกลายเป็นที่มาของกระแสข่าว "ปฏิญญาโมนาโก"
โดยย้ำ 2 ครั้ง 2 หน ว่าพาครอบครัวไปเที่ยวพักผ่อน ไม่มีนัดเจอใคร แม้แต่นายทักษิณ ชินวัตร เท่ากับปิดกล่องเรื่องสูตร "ส้ม แดง เขียว" แม้จะพยายามเชื่อมโยงว่า
พรรคกล้าธรรมมีท่าทีแต่ไหนแต่ไร จะรอเข้าร่วมรัฐบาล แต่กระนั้น เป็นการรอร่วมรัฐบาลนายอนุทิน โดยมีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ ไม่ใช่รัฐบาลจากสูตรส้ม แดง เขียว แม้ปัจจุบัน
สถานการณ์ล่าสุด
รัฐบาลกำลังเจอกับมรสุมหลายด้านที่ประดังปะเดเข้าหา แต่ผู้คนได้เห็นความพยายามทั้งด้านการแก้ไขปัญหา เช่น ทุจริตสอบขรก.ท้องถิ่น การเดินหน้านโยบายที่ได้ใจคน เช่น ไทยช่วยไทยพลัส
การการขันน็อตรัฐมนตรีโลกลืม จนทำให้หลายคนเริ่มมีข่าวคราวบนหน้าสื่อ ขณะที่คะแนนนิยม จากสวนดุสิตโพล ที่ทำสำรวจ "ดัชนีการเมืองไทย เดือน ก.ค.69" พบว่า นายอนุทิน ยังรั้งอันดับ 1
นักการเมืองฝ่ายรัฐบาลที่มีบทบาทเด่นที่สุด 37.71% เพิ่มจากเดือน มิ.ย. เกือบ 3% ตามด้วย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ 28.74% อันดับ 3 ยังคงเป็น "ดร.เชน" นายยศชนัน จากพรรคเพื่อไทย 20.85%
มุมมองและผลกระทบ
เพิ่มขึ้นจากเดือน มิ.ย. ที่ได้ 16.1% เกือบ 5% สะท้อนนัยว่า นายยศชนัน ไม่ต้องทำตัวให้โดดเด่นมาก ป้องกันข้อหาหมั่นไส้ แต่มีข่าวคราวบนหน้าสื่อและพบปะกลุ่มต่าง ๆ
ชูเรื่องเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ภายใต้การขับเคลื่อนโดยกระทรวง อว.ที่ "ดร.เชน" นั่งเป็นรัฐมนตรี ยังเป็นการสะท้อนว่า ยุทธศาสตร์การทำงานของพรรคเพื่อไทยได้ผลเกินคาด
จึงไม่มีเหตุผลหรือความจำเป็นใด ที่นายทักษิณ ชินวัตร จะเข้าไปแทรกแซงพรรค ปล่อยให้เป็นอำนาจหน้าที่ของ ดร.เชน อย่างที่เป็นอยู่ จะไม่ดีกว่าหรือ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
เพราะเชื่อว่าอีกนานกว่าจะมีการเลือกตั้งใหม่ ยิ่งเมื่อพิจารณาจากศักยภาพ และความพร้อมของรัฐบาลนายอนุทิน ทั้งกลไกและเครือข่ายพันธมิตร ที่พร้อมสนับสนุน อาทิ กองทัพ สว. องค์กรอิสระ
และสถาบันสำคัญ ๆ ของประเทศ ทั้งยุทธศาสตร์ปรับเปลี่ยนโครงสร้างและจัดวางตัวบุคคล ในหน่วยงานต่าง ๆ ใหม่ ทั้ง ว่าที่ ผบ.ตร. อธิบดีหลายกรม ในมหาดไทย ก.ยุติธรรม และกระทรวงการคลัง
ที่หนุนคนรุ่นใหม่ ๆ มีอายุราชการอีกนานกว่าจะเกษียณอายุ เข้าไปนั่งคุมในตำแหน่งสำคัญ เป็นการวางฐานและสร้างนั่งร้านที่เข้มแข็ง ตีกันคนอื่นหรือพรรคอื่นที่หวังจะขย่มเขย่ารัฐบาลอยู่ในที
ดังนั้น…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส



