คลื่นผู้อพยพเขย่า EU เบื้องหลังไม่ใช่ความยากจน แต่โยงเกมการเมือง
อัปเดตเมื่อ: 3 สิงหาคม 2569 เวลา 19:47อ่าน 3 นาที

เหตุการณ์คลื่นผู้อพยพครั้งประวัติศาสตร์ทะลักข้ามพรมแดนเข้าสู่ "เซอูตา" (Ceuta) ดินแดนส่วนแยกของประเทศสเปน ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของทวีปแอฟริกา
ประเด็นสำคัญ
ติดกับประเทศโมร็อกโกและถูกคั่นจากแผ่นดินใหญ่สเปนด้วยช่องแคบยิบรอลตาร์เพียงประมาณ 20 กิโลเมตร ทางการสเปนประเมินว่า
มีผู้อพยพลักลอบเดินทางเข้ามาทั้งทางบกและทางทะเลในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมามากถึง 50,000 - 60,000 คน ซึ่งคิดเป็นจำนวนสูงถึงร้อยละ 70 ของประชากรทั้งหมดในเมืองที่มีอยู่ราว 83,600 คน
รายละเอียดเพิ่มเติม
สถานการณ์ดังกล่าวก่อให้เกิดความตื่นตระหนกอย่างหนักแก่ชาวเมืองในพื้นที่ เนื่องจากเซอูตาและเมเลีย (Melilla) เป็นเพียง 2 พื้นที่ของสหภาพยุโรป ที่มีพรมแดนทางบกติดกับแอฟริกา
แม้จะมีการลักลอบข้ามแดนอยู่บ้าง แต่ปริมาณมหาศาลภายในระยะเวลาอันสั้นเช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน หลังเกิดเหตุวิกฤต รัฐบาลสเปนได้ระดมกำลังทหารและเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคง
เข้าลาดตระเวนอย่างเข้มงวดทั้งทางบกและทางน้ำตามแนวชายแดน เพื่อป้องกันไม่ให้มีผู้อพยพเข้ามาเพิ่มเติม พร้อมทั้งลำเลียงผู้อพยพขึ้นรถทหารเพื่อผลักดันกลับไปยังฝั่งโมร็อกโก อย่างไรก็ตาม
สถานการณ์ล่าสุด
ภายในเวลา 48 ชั่วโมงหลังเกิดเหตุ ผู้อพยพเกือบทั้งหมดได้ตัดสินใจเดินทางกลับไปยังโมร็อกโกด้วยความสมัครใจ เนื่องจากภายในเมืองเซอูตา ไม่มีทรัพยากรรองรับที่เพียงพอ ทั้งขาดแคลนอาหาร
น้ำดื่ม และที่พักอาศัย ประกอบกับผู้อพยพพบว่า ไม่มีช่องทางที่จะเดินทางต่อไปยังแผ่นดินใหญ่ของสเปน หรือได้รับความช่วยเหลือตามที่คาดหวังไว้ ถึงกระนั้น
บรรยากาศในพื้นที่ก็ยังคงเต็มไปด้วยความตึงเครียด เจาะลึก 3 ปัจจัยหลัก ผลักดันคลื่นผู้อพยพทะลัก จากการวิเคราะห์ของ Autoridades และนักวิเคราะห์ระหว่างประเทศ พบว่า
มุมมองและผลกระทบ
สาเหตุสำคัญที่ผลักดันให้เกิดวิกฤตในครั้งนี้ประกอบด้วย 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ข่าวลือและข้อมูลบิดเบือนออนไลน์ : นายกรัฐมนตรีสเปนระบุว่า
เครือข่ายอาชญากรได้จงใจสร้างและแพร่กระจายข้อมูลเท็จ โดยบิดเบือนคำตัดสินของศาลฎีกาสเปน เพื่อหลอกลวงผู้อพยพว่า ทางการสเปนไม่มีอำนาจตามกฎหมายในการผลักดันผู้อพยพออกจากเซอูตา
ทำให้เกิดการทะลักเข้ามาอย่างผิดปกติ ปัญหาเศรษฐกิจและความเหลื่อมล้ำ : สภาพความเป็นอยู่ในโมร็อกโกยังคงเป็นปัจจัยกดดัน แม้อัตราความยากจนในภาพรวมจะลดลง แต่ประชากรจำนวนมาก
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
โดยเฉพาะในเขตชนบทและสลัมในเมือง ยังคงมีความเสี่ยงสูงที่จะตกกลับไปสู่ความยากจน อีกทั้งยังขาดแคลนการเข้าถึงบริการสาธารณะขั้นพื้นฐานที่มีคุณภาพ เกมการเมืองระหว่างประเทศ :
นักวิเคราะห์มองว่านี่คือการใช้ผู้อพยพเป็นเครื่องมือต่อรองทางการเมือง (Weaponized Migration) โดยโมร็อกโกอาจจงใจผ่อนปรนการกวดขันชายแดน เพื่อแสดงแสนยานุภาพและสร้างแรงกดดันต่อสเปน
หลังจากที่นายกรัฐมนตรีสเปนเดินทางเยือนแอลจีเรียเพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ ซึ่งแอลจีเรียเป็นประเทศคู่แข่งตัวฉกาจของโมร็อกโกที่เพิ่งตัดสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน
การปล่อยให้ผู้อพยพทะลักเข้าสเปนจึงเป็นการสร้างแรงกดดันและความแตกแยกภายในยุโรปโดยตรง EU สะเทือน…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส



