สมาคมพลเมืองนครนายกยื่นสภาฯ ยก 13 เหตุผลค้านคลองระบายน้ำหลากป่าสัก-อ่าวไทย
อัปเดตเมื่อ: 3 สิงหาคม 2569 เวลา 19:29อ่าน 3 นาที

วันนี้ (3 ส.ค.2569) ที่อาคารรัฐสภา ทางสมาคมพลเมืองนครนายก นำโดย อ.ประสงค์ มีศรี กรรมการฝ่ายวิชาการสมาคมและกรรมการบริหารสมาคมพร้อมทั้งตัวแทนประชาชน ผู้ได้รับผล
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
กระทบจากโครงการก่อสร้างคลองระบายน้ำหลากป่าสัก-อ่าวไทย ที่มีผลกระทบกับพี่น้อง 5 จังหวัด ประกอบด้วย ปทุมธานี สระบุรี นครนายก ฉะเชิงเทรา และสมุทรปราการ ยื่นหนังสือให้ต่อ นายเจษฎา
ดนตรีเสนาะ รองประธานคนที่ 3 กรรมาธิการบริหารน้ำของสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้พิจารณายกเลิกโครงการดังกล่าว เพราะมีผลกระทบต่อชาวบ้าน และสิ้นเปลืองงบประมาณ พร้อมยกเหตุผล 13 ข้อ
รายละเอียดเพิ่มเติม
ที่ต้องยกเลิกโครงการ ตามที่กรมชลประทานได้มีความประสงค์จะดำเนินการก่อสร้างคลองระบายหลากชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย ซึ่งมีความยาวของคลอง 270 กิโลเมตร โดยแบ่งเป็นช่วงชัยนาท-ป่าสัก 134
กิโลเมตร และช่วงป่าสัก-อ่าวไทย 135 กิโลเมตร โดยมีงบประมาณโดยรวมสูงถึง 165,000 ล้านบาท โดยมีแหล่งเงินทุนจากงบประมาณแผ่นดิน 61,438 ล้านบาท และเงินกู้จากธนาคารพัฒนาแห่งเอเชีย ADB
เป็นเงิน 103,562 ล้านบาท ในการดำเนินการก่อสร้างโครงการดังกล่าว ยังขาดศึกษาโดยรอบด้าน ทั้งผลดีและผลเสีย แต่จากการศึกษาและตรวจสอบข้อมูลในการดำเนินการโครงการ โครงการคลองระบายน้ำหลาก
สถานการณ์ล่าสุด
ในช่วงของป่าสัก-อ่าวไทย ของฝ่ายวิชาการสมาคมพลเมืองนครนายก พบว่ายังมีปัญหาข้อเท็จจริง ในการดำเนินโครงการหลายด้าน โครงการนี้เป็นโครงการขนาดใหญ่ใช้งบประมาณเป็นจำนวนมาก
มีผลกระทบต่อพื้นที่ทำกิน 16,305 ไร่ และมีประชาชนที่ได้รับผลกระทบที่อยู่อาศัยของจำนวน 1,563 หลังคาครัวเรือน แต่เรื่องนี้กลับไม่ได้นำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี
เพื่อขออนุมัติโครงการ แต่โครงการกลับถูกส่งไปยังสำนักงบประมาณ เพื่อบรรจุเข้าสู่แผนงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 อย่างเร่งรีบ โดยจะขอเป็นงบผูกพันกว่า 3,000 ล้านบาท
มุมมองและผลกระทบ
รวมไปจนถึงการทำเรื่องไปขอกู้เงินจากธนาคารพัฒนาแห่งเอเชีย ADB เป็นเงิน 103,562 ล้านบาท นอกจากนั้นทางสมาคมพลเมืองนครนายก ยังได้แสดงเหตุผล 13 ข้อ ที่ทำไมต้องยกเลิกโครงการ เช่น -
ข้อมูลโครงการไม่สอดคล้องกันระหว่างเอกสาร ข้อมูลสำคัญของโครงการในรายงาน EIA ฉบับหลัก (พ.ย.2561) กับฉบับย่อที่จัดทำขึ้นใหม่ (ก.พ.2569) แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งวงเงินลงทุน
(113,989 ล้านบาท เทียบกับ 160,046 ล้านบาท) พื้นที่เวนคืน ระยะเวลาก่อสร้าง (3 ปี เทียบกับ 7 ปี) และขอบเขตพื้นที่ศึกษาผลกระทบ (2 กิโลเมตร เทียบกับ 500 เมตร)
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
แสดงว่าโครงการไม่มีฐานข้อมูลมาตรฐานเดียวกันที่เชื่อถือได้ - ขาดการวิเคราะห์ทางเลือกอื่นอย่างจริงจัง ไม่มีการเปรียบเทียบทางเลือกที่มีผลกระทบน้อยกว่า เช่น พื้นที่แก้มลิง
การฟื้นฟูฟลัดเวย์เดิม หรือการเพิ่มประสิทธิภาพคูคลองเดิม อันขัดต่อหลักการบริหารจัดการน้ำอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน - ขาดการประเมินผลกระทบสะสมและผลกระทบข้ามลุ่มน้ำ
โครงการเป็นส่วนหนึ่งของแผนบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำเจ้าพระยาทั้ง 9 แผนงาน แต่ขาดการวิเคราะห์ผลกระทบสะสม (Cumulative Impact) ที่เชื่อมโยงกัน และขาดการว…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส



