ปลัด ทส. เปิดศูนย์ข้อมูล CCIC ชู Big Data รับมือโลกเดือด เตือนไทยเสี่ยงอุณหภูมิพุ่ง-น้ำทะเลหนุนสูง กระทบท่องเที่ยว-สาธารณสุข
อัปเดตเมื่อ: 18 สิงหาคม 2569 เวลา 17:09อ่าน 3 นาที

วันนี้(18 สิงหาคม ) รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประธานในพิธีเปิดงานเนื่องในโอกาสครบรอบวันสถาปนากรมการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ปีที่ 3
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
พร้อมมอบนโยบายการดำเนินงานโดยเน้นย้ำถึงการเปลี่ยนผ่านที่เปรียบเสมือน การเดินทางสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ. 2050 พร้อมเปิดศูนย์ข้อมูลด้านการ
เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (CCIC) รวีวรรณ กล่าวว่า การเปิดศูนย์ CCIC ในครั้งนี้ เป็นผลงานการพัฒนาของกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
รายละเอียดเพิ่มเติม
โดยได้ต่อยอดจากฐานข้อมูลบัญชีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของไทยที่ต้องนำส่งภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC)
นำมาบูรณาการร่วมกับข้อมูลด้านอุตุนิยมวิทยาและพื้นที่เสี่ยงภัย โดยเฉพาะตัวเลขพารามิเตอร์สำคัญอย่างอุณหภูมิและปริมาณน้ำฝนที่มีผลโดยตรงต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวีวรรณ ระบุว่า
ปัจจุบันทางศูนย์ฯ ประสบความสำเร็จในการประมวลผลและลดทอนขนาดข้อมูล ให้มีความแม่นยำลึกลงไปถึงระดับจังหวัด
สถานการณ์ล่าสุด
และได้เชื่อมต่อแผนที่ความเสี่ยงนี้ให้สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด (ทสจ.) รวมถึงเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน (ทสม.)
นำไปใช้งานจริงในพื้นที่แล้ว นอกจากนี้ ทางศูนย์ฯ กำลังเร่งพัฒนาข้อมูลให้มีความละเอียดถึงระดับพื้นที่ย่อยในอนาคต เพื่อสนับสนุนข้อมูลทางวิชาการให้หน่วยงานนอกกระทรวงฯ
ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ การบริหารจัดการน้ำ ไปจนถึงการเตือนภัยดินถล่มทางธรณีวิทยา จุดเด่นสำคัญของการเปิดศูนย์ CCIC ในวันนี้
มุมมองและผลกระทบ
ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเป็นฐานข้อมูลเชิงนโยบายระดับองค์กรเท่านั้น แต่ยังถูกออกแบบให้เป็น พื้นที่แห่งการเรียนรู้ สำหรับประชาชนทั่วไป
โดยผู้บริหารระดับสูงได้เน้นย้ำถึงความสำคัญในการเปิดพื้นที่ให้กลุ่มเยาวชนเข้ามาสืบค้นข้อมูล พร้อมผลักดันให้เกิดการบูรณาการองค์ความรู้ด้าน Climate Change
เข้าสู่หลักสูตรการเรียนการสอนในโรงเรียน เพื่อปลูกฝังความตระหนักรู้ตั้งแต่ระดับรากฐาน ส่วนประเด็นความท้าทายจากภาวะ ‘โลกเดือด’ (Global Boiling) ที่กำลังส่งผลกระทบไปทั่วโลก รวีวรรณ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ระบุว่า จากการพยากรณ์ด้วย Climate Model ล่วงหน้าไปจนถึงปี ค.ศ. 2100 ชี้ให้เห็นว่า หากประชาคมโลกไม่มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอย่างจริงจัง อุณหภูมิโลกอาจพุ่งสูงขึ้นสูงสุดถึง 7
องศาเซลเซียสในบางพื้นที่ ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่น่าวิตกอย่างยิ่ง สำหรับประเทศไทย คาดการณ์ว่าอุณหภูมิอาจเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 2-3 องศาเซลเซียส
แต่ความเสี่ยงที่น่ากังวลที่สุดคือวิกฤตระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนที่ตั้งถิ่นฐานบริเวณริมชายฝั่ง รวีวรรณ เน้นย้ำว่า การตั้งรับและปรับตัว
คือกุญแจสำคัญที่ประเทศต้องเร่งดำเนินการ โดยกระทรวงฯ กำลังทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน ทั้งด้านการป้องกันภัย สาธารณสุข และการท่องเที่ยว “ผลกระทบต่อการท่องเที่ยวเริ่มเห็นได้ชัดเจนขึ้น
ยกตัวอย…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



