ศุภจี นำทีมแก้คอขวด ตม. สุวรรณภูมิ จ่อเพิ่ม Auto Gate 33 สัญชาติ รับนักท่องเที่ยวไฮซีซั่น
อัปเดตเมื่อ: 17 สิงหาคม 2569 เวลา 18:08อ่าน 3 นาที

วันนี้ (17 สิงหาคม) ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
เป็นประธานการประชุมหารือเพื่อบูรณาการความร่วมมือในการยกระดับประสบการณ์และการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569
การลงพื้นที่ครั้งนี้มี สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ และภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
รายละเอียดเพิ่มเติม
พร้อมผู้บริหารตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจท่องเที่ยว ทอท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมหารือที่ห้อง CIP 1 อาคารผู้โดยสาร ศุภจีกล่าวว่า รัฐบาลต้องการเห็นปัญหาจริงที่ด่านหน้าของประเทศ
เพราะท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไม่ใช่เพียงสนามบิน แต่เป็นจุดแรกที่นักเดินทางสัมผัสประเทศไทย หากการเข้าเมืองใช้เวลานานหรือเกิดความไม่สะดวก ย่อมกระทบต่อความประทับใจ ความเชื่อมั่น
และรายได้จากการท่องเที่ยวทั้งระบบ ทั้งนี้ การท่องเที่ยวเป็นรายได้มูลค่าสูงของประเทศ และรัฐบาลต้องการให้รายได้นี้มีความมั่นคงมากขึ้น จึงต้องดูแลตั้งแต่ความสะดวก ความปลอดภัย การผ่าน
สถานการณ์ล่าสุด
ตม. การรับกระเป๋า การเดินทางออกจากสนามบิน ไปจนถึงประสบการณ์ระหว่างรอคิว “วันนี้ไม่ได้มาดูเพียงว่าคิว ตม. ยาวเท่าไร แต่ต้องดูว่าอะไรแก้ได้ทันที อะไรต้องใช้งบประมาณ อะไรต้องแก้กฎหมาย
และอะไรต้องวางแผนระยะยาว ทุกหน่วยต้องทำงานร่วมกัน ไม่ใช่แยกกันแก้เป็นส่วน ๆ” ศุภจีกล่าว ศุภจีกล่าวว่า มาตรการระยะสั้นต้องเน้นลดเวลารอคิว
บริหารกำลังเจ้าหน้าที่ให้สอดคล้องกับช่วงเที่ยวบินหนาแน่น เพิ่มพื้นที่พักคอย และขยายจำนวนสัญชาติที่ใช้ช่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ หรือ Auto Gate
มุมมองและผลกระทบ
เพื่อระบายผู้โดยสารที่มีความเสี่ยงต่ำออกจากคิวตรวจของเจ้าหน้าที่ นอกจากนี้ ยังให้เร่งแก้ปัญหา Thailand Digital Arrival Card หรือ TDAC
หลังพบว่านักท่องเที่ยวบางส่วนถูกเว็บไซต์ปลอมหลอกเรียกเก็บค่าบริการ ทั้งที่ระบบทางการไม่มีค่าธรรมเนียม จึงต้องประสานสายการบินให้แจ้งผู้โดยสารตั้งแต่ก่อนเช็กอิน พร้อมสแกน QR Code
ของทางการให้ถูกต้อง ศุภจีกล่าวว่า อีกโจทย์สำคัญคือการทำให้เวลารอไม่กลายเป็นประสบการณ์ลบ โดยอาจนำแนวคิดด้านการให้บริการ (Hospitality) มาใช้ เช่น
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ระบบคิวที่ทำให้ผู้โดยสารไม่ต้องยืนรอในแถวตลอดเวลา หรือกิจกรรมที่สะท้อนเอกลักษณ์ไทยระหว่างรอ เพื่อเปลี่ยนคอขวดให้เป็นจุดสร้างความประทับใจ สำหรับระยะกลาง
ศุภจีมอบหมายให้สิริพงศ์หารือร่วมกับ ทอท. ศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้พื้นที่ Satellite Terminal เป็นจุดตรวจคนเข้าเมืองเพิ่มเติม พร้อมแนวทางเชื่อมผู้โดยสารที่ผ่าน ตม.
แล้วไปยังจุดรับกระเป๋า เพื่อลดแรงกดดันจากโถงกลางของอาคารหลัก ส่วนระยะยาวต้องเร่งแผน East Terminal เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของสุวรรณภูมิ รองรับจำนวนนักเดินทางที่สูงขึ้น
รวมถึงเตรียมระบบให้พร้อมก่อนมาตรการจัดเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวในปีหน้า เพราะเมื่อไทยต้องการยกระดับรายได้จากผู้มาเยือน ก็ต้องยกระดับบริการรอง…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



