วิพุธ จี้ สอบคุณสมบัติผู้ชนะประมูลอุโมงค์บึงหนองบอน 9.5 พันล้าน หลังยื่นฟื้นฟูกิจการ วิศณุ แจง ยกหูคุยกรมบัญชีกลางแล้ว
อัปเดตเมื่อ: 31 กรกฎาคม 2569 เวลา 16:56อ่าน 3 นาที

วิพุธ จี้ สอบคุณสมบัติผู้ชนะประมูลอุโมงค์บึงหนองบอน 9.5 พันล้าน หลังยื่นฟื้นฟูกิจการ วิศณุ แจง ยังไม่ได้เซ็นสัญญา ยกหูคุยกรมบัญชีกลางแล้ว ยังเข้าเกณฑ์ แต่จะยื่นหนังสือถามอีก
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ที่ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 (ดินแดง) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร
สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ‘การประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สาม (ครั้งที่ 2) ประจำปีพุทธศักราช 2569’ โดยมี นางสาวภัทราภรณ์
รายละเอียดเพิ่มเติม
เก่งรุ่งเรืองชัย ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุม ในตอนหนึ่ง นายวิพุธ ศรีวะอุไร ส.ก.เขตบางรัก กลุ่มคนทำงาน ได้อาศัยอำนาจตามข้อบังคับการประชุมสภากรุงเทพมหานคร พ.ศ.2562 ข้อ
39 (1) ขอหารือเป็นการพิจารณาด่วนในเรื่องของประเด็นอุโมงค์บึงหนองบอน ส่วนต่อขยายกทม.มูลค่ากว่า 9.5 พันล้านบาท ว่า ประเด็นนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก
คือโครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำบึงหนองบอนส่วนต่อขยาย มูลค่ากว่า 9.5 พันล้านบาท ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของกทม.ในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในฝั่งตะวันออก
สถานการณ์ล่าสุด
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ปรากฏข้อมูลจากสื่อหลายสำนักว่า บริษัทเนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) (NWR) ซึ่งเป็นแกนนำของกิจการร่วมค่าที่ชนะการประมูล
ได้ยื่นคำร้องขอพื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง ก่อนวันยื่นเสนอราคา และกรุงเทพมหานครได้ชะลอการลงนามในสัญญาไว้ก่อน เพื่อพิจารณาข้อกฎหมายและประเมินความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น
“ผมไม่ได้มากล่าวหาว่าใคร หรือบริษัทไหนเป็นผู้กระทำผิดและไม่ได้ก้าวล้วงอำนาจพิจารณาของศาลเพราะกระบวนการทางกฎหมายยังคงดำเนินการอยู่
มุมมองและผลกระทบ
อย่างไรก็ตามสิ่งที่ประชาชนกำลังรอคำตอบอย่างชัดเจนจากทางกรุงเทพมหานคร
นั้นคือความมั่นใจว่าเงินภาษีของประชาชนจะได้รับการคุ้มครองและโครงการสำคัญของเมืองสามารถดำเนินการต่อได้จนแล้วเสร็จ” นายวิพุธ กล่าว นายวิพุธ กล่าวต่อว่า
จากข้อมูลที่เผยแพร่ต่อสาธารณะยังพบว่าบริษัทดังกล่าวได้รับงานจากสำนักการระบายน้ำในอีกหลายโครงการ รวมมูลค่ากว่า 11,000 ล้านบาท
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
โดยบางโครงการมีผลการดำเนินงานที่ล้าช้ากว่าแผนซึ่งอาจมีได้หลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการเวนคืนพื้นที่ การย้ายระบบสาธารณูปโภค หรือว่าการปรับแบบก่อสร้าง
ซึ่งปัญหาทางเทคนิคหรือว่าเหตุสุดวิสัยอื่นๆ แต่เป็นข้อมูลที่ฝ่ายบริหารควรจะนำมาประกอบการประเมินความเสี่ยงในการดำเนินการโครงการใหม่ด้วย ดังนั้นขอหารือผ่านท่านประธานไปยังฝ่ายบริหาร 3
ข้อ ดังนี้ 1.กทม.ได้ตรวจสอบแล้วหรือไม่ว่าผู้ชนะการประมูล ยังมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขของประกาศการประกวดราคา TOR และกฎหมายที่เกี่ยวข้องทุกประการ
2.กทม.ได้ประเมินความเสี่ยงด้านฐานะทางการเงิน ความสามารถในการดำเนินโครงการ และความต่อเนื่องของงานตลอดอายุสัญญาไว้อย่างรอบด้านแล้วหรือไม่
3.หากผลการตรวจสอบพบว่ามีความเสี่ยงที่อาจจะส่งผลกระทบต่…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



