‘อัครนันท์’ จับมือ ทูตสวิส มุ่งพัฒนาการศึกษาชายแดนใต้ เริ่มนำร่องโครงการพหุภาษา 9 ปี
อัปเดตเมื่อ: 4 สิงหาคม 2569 เวลา 13:14อ่าน 2 นาที

‘อัครนันท์’ จับมือ ทูตสวิส มุ่งพัฒนาการศึกษาชายแดนใต้ เริ่มนำร่องโครงการพหุภาษา 9 ปี เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ที่ ทำเนียบเอกอัครราชทูตสมาพันธรัฐสวิสประจำประเทศไทย
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) พร้อมด้วย คุณปารมี ไวจงเจริญ ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เข้าหารือร่วมกับนายเปโดร สวาห์เลน
เอกอัครราชทูตสมาพันธรัฐสวิสประจำประเทศไทย เพื่อหารือและติดตามความร่วมมือด้านการยกระดับคุณภาพการศึกษาของเยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในโอกาสนี้ เอกอัครราชทูตฯ
รายละเอียดเพิ่มเติม
ได้ให้การต้อนรับรัฐมนตรีช่วยว่าการศธ.และคณะ พร้อมทั้งกล่าวถึงโครงการนำร่องด้านการศึกษาที่ให้การสนับสนุนโรงเรียนจำนวน 5 แห่งในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้
ซึ่งมุ่งพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผ่านการจัดการเรียนรู้แบบพหุภาษาโดยใช้ภาษาแม่เป็นฐาน (Mother Tongue-Based Multilingual Education: MTB/MLE) ภายใต้หลักสูตรการศึกษาของประเทศไทย
โดยโครงการมีระยะเวลาดำเนินงาน 9 ปี ครอบคลุมการจัดการศึกษาตั้งแต่ ระดับชั้นอนุบาล 1 ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และจะเพิ่มขยายการดำเนินงานในแต่ละปี ทั้งนี้
สถานการณ์ล่าสุด
โครงการดังกล่าวได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ในการพัฒนาหลักสูตร สื่อการเรียนการสอน และการพัฒนาศักยภาพครูร่วมกับหน่วยงานของฝ่ายสวิตเซอร์แลนด์ด้วย นายอัครนันท์ กล่าวว่า
การลงพื้นที่และความช่วยเหลือของฝ่ายสวิตเซอร์แลนด์ในการพัฒนารูปแบบเรียนรู้แบบพหุภาษาโดยใช้ภาษาแม่เป็นฐาน (MTB/MLE)
ถือเป็นนวัตกรรมทางการศึกษาที่สำคัญในการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนในโรงเรียนนำร่อง 5 แห่ง ในจังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
มุมมองและผลกระทบ
ซึ่งนักเรียนส่วนใหญ่ใช้ภาษามลายูถิ่นเป็นภาษาในชีวิตประจำวัน โดยแนวทางดังกล่าวจะช่วยสร้างสะพานเชื่อม
ให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงความเข้าใจจากภาษาแม่ไปสู่การเรียนรู้ภาษาไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังส่งเสริมให้เกิดความเข้าใจในเนื้อหาการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น
และช่วยพัฒนาทักษะการใช้ภาษาไทยควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนในระยะยาว นายอัครนันท์ กล่าวต่อว่า
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ทางศธ.ให้ความสำคัญกับการลดความเหลื่อมล้ำและสร้างโอกาสทางการศึกษาที่เท่าเทียมแก่เด็กทุกคนตามรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตาม บริบทของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีนักเรียนกว่าร้อยละ 80
ศึกษาอยู่ในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ศธ.จึงพร้อมประสานความร่วมมือผ่านสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.)
เพื่อขยายโอกาสและให้การส่งเสริมการเรียนรู้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



