กมธ.สธ. จ่อชงวุฒิสภา แก้กม.สปสช. ยันไม่เจตนาล้มระบบบัตรทอง เผย7ข้อ ไม่ปรับปรุงเสี่ยงต่อระบบระยะยาว
อัปเดตเมื่อ: 5 สิงหาคม 2569 เวลา 13:19อ่าน 3 นาที

“กมธ.สธ. ” เตรียมชง “วุฒิสภา” พิจารณาข้อศึกษา แก้ กม.สปสช. ในสมัยประชุมหน้า ยันไม่เจตนาล้มระบบบัตรทอง เผย 7 ข้อค้นพบ หากไม่ปรับปรุง เสี่ยงต่อระบบระยะยาว เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ที่รัฐสภา นพ.ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล ส.ว. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การสาธารณสุข วุฒิสภา แถลงผลการพิจารณาของอนุ กมธ.ศึกษาระบบงบประมาณ การบริหารจัดการ
และธรรมาภิบาลภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ถึงการเสนอปรับปรุงร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สปสช. ว่า รายงานข้อศึกษาได้ดำเนินการแล้วเสร็จแล้ว
รายละเอียดเพิ่มเติม
และเตรียมเสนอให้ที่ประชุมวุฒิสภาพิจารณาภายในสมัยประชุมหน้า อย่างไรก็ดีในผลการศึกษาจะมีข้อเสนอต่อการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.สปสช. ให้พิจารณา ซึ่งเป็นกระบวนการและขอบเขตภายใต้รัฐธรรมนูญ
ขณะที่ประเด็นที่จะเสนอให้ปรับปรุง อาทิ 1.ที่มาของบอร์ด สปสช. ที่มีหน้าที่พิจารณาจัดสรรสิทธิของประชาชน ซึ่งบางเรื่องพบว่ามีประเด็นที่ถูกคัดค้านจากประชาชนและนักวิชาการ
2.การจัดสรรเงินที่มีลักษณะปลายเปิด เช่น ระบบกองทุนผู้ป่วยใน (ไอพีดี) ที่ให้งบเมื่อต้นปีต่อหน่วย ที่ 8,350 บาท แต่ปลายปี เหลือ 5,000 บาทต่อหน่วย เช่น ผ่าตัดไส้ติ่ง เหลือ 4,000-5,000
สถานการณ์ล่าสุด
บาท ซึ่งไม่สะท้อนต้นทุน นพ.ประพนธ์กล่าวต่อว่า 3.กรณีนวัตกรรม 7 นางฟ้า ที่ได้รับจัดสรรงบปลายเปิด ที่เรียกว่าเท่าไรเท่ากัน โดยตั้งงบไว้ที่ 3,700 ล้านบาท แต่ผ่านไป 6 เดือนพบว่าเงินหมด
ทำให้ต้องนำเงินกองทุนลองเทอมแคร์ จำนวน 1,800 ล้านบาทมาอุดหนุน และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งส่วนดังกล่าวถือว่าไม่สมดุลกับการใช้งบประมาณ “รายงานและข้อเสนอตามรายงาน
เมื่อเสนอต่อที่ประชุมวุฒิสภาแล้ว หากที่ประชุมเห็นชอบ จะเสนอไปยังรัฐบาลให้พิจารณาต่อไป ทั้งนี้ ผมไม่สามารถคาดเดาได้ว่ารัฐบาลจะเห็นชอบหรือไม่
มุมมองและผลกระทบ
แต่จากสิ่งที่กระทรวงสาธารณสุขสะท้อนข้อค้นพบมีความจริงที่ทุกคนเห็นนว่าจะทำให้ดีขึ้นได้ อย่างไรก็ดีผมยืนยันว่า กมธ.ไม่มีเจตนาล้มระบบบัตรทอง หรือลดสิทธิพื้นฐานของประชาชน
แต่เป็นการศึกษาข้อเท็จจริงเพื่อเป็นข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อทำให้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติของไทยมีความมั่นคง ยั่งยืน และเป็นประโยชน์ต่อประชาชน” นพ.ประพนธ์กล่าว ขณะที่นายอนันต์ชัย
อัศเมฆิน อนุ กมธ. กล่าวว่า จากการศึกษาต่อระบบหลักประกันสุขภาพของประเทศไทย มีข้อค้นพบสำคัญ คือ 1.ระบบเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้าง ที่ไม่ใช่ปัญหางบประมาณ แต่เกี่ยวข้องกับวิธีจ่ายค่าบริการ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
การบริหารจัดการ และกลไกธรรมาภิบาล 2.การจัดสรรทรัพยากร ค่าชดเชยหลายบริการไม่สอดคล้องต้นทุนจริง ทำให้หน่วยบริการต้องนำเงินบำรุงของโรงพยาบาลอุดหนุนการให้บริการประชาชน
3.การกำหนดสิทธิประโยชน์ควรมีหลักเกณฑ์ที่โปร่งใสและอาศัยหลักฐานเชิงประจักษ์ ซึ่งการตัดสินใจทุกเรื่องควรตั้งอยู่บนภาระโรค ความจำเป็นทางการแพทย์ ความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์สาธารณสุข
และผลประโยชน์ประชาชนโดยรวม นายอนันต์ชัยกล่าวต่อว่า 4.ระบบธรรมาภิบาลควรรับการพัฒนา ให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ เปิดให้ผู้ใช้สิทธิ ผู้ให้บริการ แล…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



