ศาลพิพากษาประหารชีวิต แอม ไซยาไนด์ คดีที่ 7 วางยาฆ่า ฟ้า ดาริณี ล้างหนี้วงแชร์
อัปเดตเมื่อ: 25 สิงหาคม 2569 เวลา 13:04อ่าน 3 นาที

ศาลพิพากษาประหารชีวิต แอม ไซยาไนด์ คดีที่ 7 วางยาฆ่า ฟ้า ดาริณี ล้างหนี้วงแชร์ เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อ 1802/2568
อ่านข่าวในหมวด ธุรกิจ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ระหว่างพนักงานอัยการโจทก์ ฟ้อง น.ส.สรารัตน์ วุฒิตาภรณ์ หรือ แอม ไซยาไนด์ จำเลย ฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ฆ่าผู้อื่นเพื่อจะเอา
หรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดแก่การที่ตนได้กระทำความผิดอื่นเพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน และปลอมปนอาหาร ยาหรือเครื่องอุปโภคบริโภคอื่นใดเพื่อบุคคลอื่น เสพหรือใช้
รายละเอียดเพิ่มเติม
และการปลอมปนนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โจทก์ฟ้องว่า จำเลยนำสารโพแทสเซียมไซยาไนด์ (Potassium Cyanide) ปลอมปนใส่ลงไปในอาหาร ยาหรือเครื่องอุปโภคบริโภค ให้ น.ส.ดาริณี หรือ ฟ้า
เทพทวี ผู้ตายดื่มหรือรับประทาน หรือเสพรับสารดังกล่าวเข้าสู่ร่างกาย เพื่อจะเอาหรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดแต่การที่ตนได้กระทำความผิดฐานฉ้อโกง จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.63 น.ส.ดาริณี ผู้ตาย มีอาการแน่นหน้าอกและหายใจไม่ออก ก่อนเรียกสามีที่อยู่บนชั้นสองของบ้าน
สถานการณ์ล่าสุด
แต่เมื่อลงมาพบว่าผู้ตายได้หมดสติอยู่บริเวณพื้นบ้าน จึงได้เรียกรถพยาบาล หลังจากผ่านไป 10 นาที เมื่อรถมาถึง
เจ้าหน้าที่ได้ทำการกู้ชีพโดยการปั๊มหัวใจและใช้เครื่องชอร์ตหัวใจไฟฟ้าเป็นเวลา 30 นาที จนถึงโรงพยาบาลสามพราน ก่อนแพทย์ลงความเห็นว่าเสียชีวิตแล้ว จากนั้น รพ.สามพราน
จึงได้นำร่างของผู้ตายส่งไปยัง รพ.ศิริราช เพื่อทำการชันสูตร โดยพยานแพทย์ระบุว่า จากการตรวจสอบร่างกายภายนอกไม่พบบาดแผล หลังจากผ่าพิสูจน์แล้วพบสิ่งผิดปกติในหัวใจห้องล่างซ้าย
มุมมองและผลกระทบ
รอยหย่อมเลือดในปอด และไขมันในตับ ซึ่งบ่งบอกว่าร่างกายผิดปกติจากการขาดออกซิเจน ซึ่งสาเหตุที่จะเกิดอาการในลักษณะนี้อาจเกิดจากกล้ามเนื้อหัวใจของผู้ตายเอง
ค่าเกลือแร่ในร่างกายที่เป็นด่าง หรือได้รับสารพิษ แต่การตรวจไซยาไนด์นั้นเป็นการตรวจเฉพาะ ไม่สามารถหาผลจากการตรวจทั่วไปได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อย้อนตรวจสอบประวัติการรักษาจาก รพ.สามพราน
พบความเป็นไปได้ว่าน่าจะเกิดจากการได้รับสารพิษไซยาไนด์ ด้านสามีของผู้ตายเบิกความว่า จำเลยรู้จักกับผู้ตายตั้งแต่ปี 2557 และเห็นจำเลยมาที่บ้านหลายครั้ง
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
โดยในวันเกิดเหตุผู้ตายจะไปตลาดกับจำเลย ไม่นาน ผู้ตายได้กลับมาและบอกว่าไม่ค่อยสบายจนหมดสติไป สามีไม่สามารถติดต่อกับจำเลยได้ จึงโทรศัพท์หาพี่สาวของผู้ตาย
และต่อมาพี่สาวได้โทรหาจำเลยผ่านโปรแกรมแชตของเฟซบุ๊ก จนพบว่าจำเลยได้ส่งข้อความผ่านไลน์หาผู้ตายในช่วงค่ำของวันที่ 12 ธ.ค.2563 ว่าตอนเช้าวันที่ 13 ธ.ค. จะไปตลาดสามพรานและกินข้าวมันไก่
ศาลจึงเห็นว่า พยานที่เป็นแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านพิษมีการผ่าศพพิสูจน์และตรวจอย่างละเอียด และไม่มีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยมาก่อน จึงเชื่อว่าเบิกความตามความจริง โดยแพทย์ผู้รับตัวที่
รพ.สามพรานและแพทย์ผู้ชันสูตรพบรายละเอียดผิดปกติหลายประการที่บ่งบอกว่าผู้ตายขาดออกซิเจนในเนื้อเยื่อหัวใจ ปอด และไขมันในตับ บ่งชี…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



