ข้ามไปยังเนื้อหา

หลอกขายของยอดคดีพุ่งสูงสุด กทม. แชมป์สูญเงินกว่า 63 ล้าน พร้อมเปิดยุทธการสกัดแก๊งสแกมเมอร์ข้ามแดน

อัปเดตเมื่อ: 17 สิงหาคม 2569 เวลา 16:32อ่าน 3 นาที

หลอกขายของยอดคดีพุ่งสูงสุด กทม. แชมป์สูญเงินกว่า 63 ล้าน พร้อมเปิดยุทธการสกัดแก๊งสแกมเมอร์ข้ามแดน
แชร์ข่าวนี้

วันนี้ (17 สิงหาคม) ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ. ธนา ชูวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) และผู้อำนวยการ ศปอส.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.

อ่านข่าวในหมวด ธุรกิจ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper

ประเด็นสำคัญ

จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. และรองผู้อำนวยการ ศปอส.ตร. เปิดเผยสถิติการรับแจ้งความคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา (9-15 สิงหาคม 2569)

พร้อมสรุปผลการปฏิบัติการกวาดล้างและช่วยเหลือเหยื่อจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จากข้อมูลการรับแจ้งความผ่านระบบ Thaipoliceonline ในรอบสัปดาห์ พบว่ามีคดีสะสมทั้งสิ้น 6,060 คดี

รายละเอียดเพิ่มเติม

รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 260 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า (2-8 สิงหาคม 2569) พบว่าจำนวนคดีลดลง 364 คดี และมูลค่าความเสียหายลดลงกว่า 3 ล้านบาท

ทีมวิเคราะห์ข้อมูล ACSC ระบุว่า รูปแบบอาชญากรรมที่มีประชาชนตกเป็นเหยื่อและแจ้งความเข้ามามากที่สุดคือ ‘การหลอกลวงด้านสินค้าและบริการ’ สูงถึง 4,682 คดี (คิดเป็น 77.3% ของคดีทั้งหมด)

ทว่าประเภทคดีที่สร้างมูลค่าความเสียหายสูงสุดกลับเป็น ‘การหลอกลวงด้านการเงินและการลงทุน’ ซึ่งกวาดเม็ดเงินไปเกือบ 80 ล้านบาท (คิดเป็น 30.7% ของความเสียหายทั้งหมด) 3

สถานการณ์ล่าสุด

จังหวัดที่มีการแจ้งความสูงสุด ได้แก่: กรุงเทพมหานคร: 138 คดี ความเสียหาย 63.3 ล้านบาท นนทบุรี: 36 คดี ความเสียหาย 2.6 แสนบาท เชียงใหม่: 27 คดี ความเสียหาย 1.1 ล้านบาท นอกจากนี้

สถิติเชิงประชากรศาสตร์ยังบ่งชี้ว่า ‘เพศหญิง’ ตกเป็นเหยื่อมากกว่าเพศชาย โดยกลุ่มอายุ 21-30 ปี ยังคงเป็นกลุ่มเสี่ยงอันดับ 1 ที่ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพติดต่อกันหลายเดือน

ซึ่งคดีที่กลุ่มวัยนี้ถูกหลอกมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ การหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ, การหลอกลวงโดยแอบอ้างบุคคลอื่น และการหลอกลวงเสนอผลประโยชน์

มุมมองและผลกระทบ

เนื่องจากการหลอกลวงลงทุนสร้างความเสียหายสูงสุดในสัปดาห์นี้ ACSC จึงออกประกาศเตือนประชาชนให้ตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุนทุกชนิด ผ่าน 3 ขั้นตอนสำคัญ:

ตรวจสอบข้อมูลผ่านแอปฯ SEC Check First ของ ก.ล.ต. โดยต้องพบชื่อบริษัทในระบบ สถานะ ‘ได้รับอนุญาต’ มีเลขที่ใบอนุญาตชัดเจน และมีรายชื่อผู้บริหารตรงตามที่กล่าวอ้าง

ตรวจสอบบัญชีก่อนโอนเงิน ชื่อบัญชีรับโอนต้องตรงกับชื่อบริษัทที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น หากระบุให้โอนเข้าบัญชี ‘บุคคลธรรมดา’ หรือมีการเปลี่ยนบัญชีรับโอนผลกำไรบ่อยครั้ง

ข้อมูลจากแหล่งข่าว

ให้ฟันธงทันทีว่าเป็นมิจฉาชีพ 100% ระวังแอปพลิเคชันปลอม มิจฉาชีพมักสร้างแอปฯ เลียนแบบชื่อและโลโก้ของหน่วยงานทางการ ดังนั้นการดาวน์โหลดจาก App Store หรือ Google Play

อาจไม่ปลอดภัยเสมอไป หากพบความผิดปกติ ควรตรวจสอบกับบริษัทต้นทางผ่านช่องทางหลักทันที ในมิติของการปราบปราม รอบสัปดาห์ที่ผ่านมา

เจ้าหน้าที่ได้เพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังพื้นที่ชายแดน โดยมีผลการปฏิบัติที่สำคัญ ดังนี้: จับกุมชายไทยลักลอบข้ามแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่ จ.สระแก้ว

โดยสารภาพว่าเตรียมเดินทางไปทำเว็บพนันออนไลน์ ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย บก.ปคม. รับตัวกลุ่มคนไ…

อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด

ถ้าชอบข่าวนี้ ช่วยแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วย
แหล่งข่าว: เดอะสแตนดาร์ด · หลอกขายของยอดคดีพุ่งสูงสุด กทม. แชมป์สูญเงินกว่า 63 ล้าน พร้อมเปิดยุทธการสกัดแก๊งสแกมเมอร์ข้ามแดน
เลื่อนลงเพื่ออ่านข่าวถัดไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง