เคาะ6มาตรการ ดูแลปัญหาไฟใต้ จัดหนักผู้ก่อเหตุ
อัปเดตเมื่อ: 1 สิงหาคม 2569 เวลา 00:01อ่าน 3 นาที

“อนุทิน” นั่งหัวโต๊ะประชุม สมช. เคาะ 6 มาตรการเข้ม ทั้งเรื่องดูแลความปลอดภัย-บังคับใช้ กม.เด็ดขาดผู้ก่อเหตุรุนแรง-ร่วมมือมาเลย์ออกหมายอินเตอร์โพล พร้อมทบทวนเนื้อหาพูดคุยสันติสุข
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
“อังคณา” หวังเดินหน้าต่อเพราะทำมากว่า 20 ปีแล้ว เมื่อวันที่ 31 ก.ค.2569 ที่ห้องประชุมวิจิตรวาทการ ชั้น 3 สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล
นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ครั้งที่ 5/2569 โดยมีผู้เกี่ยวข้องประชุมอย่างพร้อมเพรียง นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการ
รายละเอียดเพิ่มเติม
สมช. ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมมีการเพิ่มประสิทธิภาพการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นการกระชับมาตรการต่างๆ ให้เข้มข้นมากขึ้น คือ 1.มาตรการรักษาความปลอดภัย
โดยกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญในการรักษาความปลอดภัยรูปแบบต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังการก่อเหตุนอกพื้นที่ด้วย ซึ่งมีการติดตามอย่างใกล้ชิดกับกองอำนวยการในพื้นที่
และที่สำคัญ ได้เน้นย้ำให้หน่วยความมั่นคง ทั้งทหารและตำรวจควบคุมบริเวณชายแดน ซึ่งเป็นจุดที่สำคัญในการควบคุมการเข้า-ออก
สถานการณ์ล่าสุด
เพราะที่ผ่านมามีการคาดการณ์ว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุอาจหลบหนีกบดานอยู่ประเทศเพื่อนบ้าน 2.ที่ประชุมเห็นชอบบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ทั้งกลุ่มที่พึ่งปฏิบัติการไป
และกลุ่มอื่นๆ ที่เป็นกองกำลังติดอาวุธ หรือกลุ่มที่กำลังเตรียมก่อเหตุ โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดกับกลุ่มดังกล่าวครอบคลุมทุกพื้นที่
ทั้งรายบุคคลและรายกลุ่มให้เป็นไปตามกฎหมาย 3.ที่ประชุมได้เห็นชอบให้ทบทวนเนื้อหาการพูดคุยให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ในพื้นที่ โดยนายฐนัตถ์ สุวรรณณานนท์
มุมมองและผลกระทบ
ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ (สขช.) ในฐานะหัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แถลงไปแล้วว่า อยู่ในช่วงการเปลี่ยนตัวผู้อำนวยความสะดวกชายแดน จึงชะลออยู่ช่วงหนึ่ง
ทั้งนี้ หากมีการพูดคุยกันจะมีการทบทวนเนื้อหา ต้องดูระดับก่อนหลังว่าเนื้อหาที่จะพูดคุยจะมีเรื่องอะไรก่อน ส่วนรายละเอียดหัวหน้าคณะพูดคุยมีแนวทางอยู่แล้ว
4.ที่ประชุมได้เน้นย้ำเรื่องการเปิดช่องทางที่มากขึ้น โดยให้ผู้เห็นต่างที่พร้อมกับคืนสู่สังคม หรือที่เรียกว่าโครงการพาคนกลับบ้านจะมีช่องทางหลากหลายมากขึ้น
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการให้คนเหล่านี้มีช่องทางกลับคืนสู่สังคมมากขึ้น โดยเน้นในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นหลักที่จะมีการดำเนินการเป็นพิเศษเพิ่มขึ้น
5.มีการร่วมมือกับประเทศมาเลเซีย ที่มีการประสานทางการทูต ด้านความมั่นคงกับมาเลเซียที่สำคัญ โดยประเทศไทยจะออกหมายแดง หมายอินเตอร์โพล
ที่จะดำเนินการจับตัวผู้ก่อเหตุรุนแรงที่หนีคดีในมาเลเซียมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะนี้มีการออกหมายแดงจำนวนหนึ่งไปแล้ว
และจะเป็นแนวนโยบายที่จะออกหมายแดงอินเตอร์โพลเพื่อร่วมมือกับมาเลเซีย ในการนำคนเหล่านั้นมาดำเนินการตามกฎหมาย ในการส่ง…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



