ลุยตั้ง5คณะทำงานปั้นยุทธศาสตร์บูมลงทุนใหม่ ‘เอกนิติ’ ปักธงยกระดับศก.ไทยโตเกิน3%พลัสใน4ปี
อัปเดตเมื่อ: 31 กรกฎาคม 2569 เวลา 18:50อ่าน 3 นาที

‘เอกนิติ’ ตั้ง 5 คณะทำงานปั้นยุทธศาสตร์พัฒนาการลงทุนใหม่ หวังช่วยยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจไทย โตเกิน 3% พลัสได้ภายใน 4 ปี ดันขีดความสามารถการแข่งขันไทยติด Top 20 ของโลก
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ปูพรมนโยบายดันไทยก้าวสู่การเป็นประเทศรายได้สูงภายใน 12 ปี 31 ก.ค. 2569 – นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง
กล่าวภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการลงทุนใหม่ของประเทศ ภายใต้คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบให้มีการตั้งคณะทำงาน
รายละเอียดเพิ่มเติม
5 ชุด เพื่อเดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาการลงทุนใหม่ เร่งยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจไทยภายใน 4 ปี ให้เติบโตได้เกิน 3% พลัส
และการเพิ่มอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยให้ติด TOP 20 ของโลก ต่อยอดไปสู่การยกระดับประเทศไทยก้าวสู่การเป็นประเทศรายได้สูง (High-Income Country) ภายใน 12 ปี หรือภายในปี
2581 ซึ่งเป็นไปตามจุดหมายสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยของ กรอ. สำหรับคณะทำงานทั้ง 5 ชุด ประกอบด้วย 1. คณะทำงานเพื่อขับเคลื่อนการลงทุนเพื่อการเติบโตอย่างทั่วถึง (Investment &
สถานการณ์ล่าสุด
Industry Transformation Hub) โดยมีนายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เป็นประธาน โดยมีหน้าที่หลักในการสนับสนุน Mane in Thailand และ Local
Content เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ Supply Chain ผ่านการใช้เครื่องมือของภาครัฐ เช่น PromptBiz เครื่องมือทางการเงินการคลัง และ e-GP รวมถึงอัปเกรดอุตสาหกรรมเดิมที่มีศักยภาพ
โดยส่งเสริมการลงทุนเพื่อปรับเปลี่ยนเทคโนโลยี เพิ่มมูลค่าและเชื่อมต่อเข้าสู่ Supply Chain ใหม่ เร่งผลักดัน Thailand FastPass และ Investment Enablement
มุมมองและผลกระทบ
เพื่อลดขั้นตอนและระยะเวลาการอนุมัติการลงทุน โดยมุ่งเน้นอุตสาหกรรมเป้าหมาย รวมถึงเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น ทั้งระบบน้ำ ไฟฟ้า พื้นที่อุตสาหกรรมและสาธารณูปโภค
รวมถึงพัฒนาทักษะแรงงานผ่าน Skill Bridge ยกระดับกำลังคนให้พร้อมสำหรับอุตสาหกรรมอนาคต 2. คณะทำงานเพื่อขับเคลื่อนอนาคตด้วย AI และเทคโนโลยีขั้นสูง (AI & Digital Hub) โดยมีนายดนุชา
พิชยนันท์ เลขานุการสำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ เป็นประธาน มีหน้าที่หลักในการดึงดูดการลงทุนใน AI, Semiconductor และ Chip Design
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
เพื่อสร้างอุตสาหกรรมใหม่ของประเทศ พัฒนา Ecosystem ด้าน AI อย่างครบวงจร ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน ข้อมูล บุคลากร การวิจัยและพัฒนา และทรัพย์สินทางปัญญา รวมทั้งผลักดันให้ AI
ถูกนำไปใช้จริงในทุกภาคส่วน เพื่อเพิ่มผลิตภาพ ลดต้นทุน และสร้างบริการใหม่ทั้งภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และภาครัฐ 3. คณะทำงานเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว สร้างความสามารถในการแข่งขัน
(Green Economy) โดยมีนายกุลิศ สมบัติศิริ อดีตปลัดกระทรวงพลังงานเป็นประธาน มีหน้าที่หลักในการเร่งพัฒนาพลังงานสะอาด ระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ โดยเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้าถึงพลังงาน…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



