พริษฐ์ ผุด 5 พฤติกรรม ไม่ไว้วางใจการทำงาน กกต. เป่าคดี-เตะถ่วง คดีฮั้วสว. อ้างหลักฐานไม่พอ
อัปเดตเมื่อ: 4 สิงหาคม 2569 เวลา 13:46อ่าน 3 นาที

‘พริษฐ์’ ยก 5 พฤติกรรมไม่ไว้วางใจ กกต. ชี้ ออกระเบียบไม่รัดกุม-ตรวจคุณสมบัติไม่รอบคอบ-ปล่อยทุจริตวันเลือก-เตะถ่วง สุดท้ายเป่าคดี อ้างหลักฐานไม่พอ หวังทำหน้าที่ตรงไปตรงมา เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 4 สิงหาคม ที่รัฐสภา คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) นำโดยนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน จัดกิจกรรม “ครบรอบ 2 ปี เลือก สว. – เจาะลึกหลักฐานคดีฮั้ว สว. (ภาค พิเศษ) เราไว้ใจ กกต. ได้แค่ไหน?”
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
โดยมีพยานบุคคลร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูล ได้แก่ นางศรินทร สนธิศิริกฤตย์ พล.ต.ต.บัญญัติ เพียรสวัสดิ์ และพ.ต.อ.มนัส นครศรี อดีตผู้ตรวจการ กกต. นายพริษฐ์ กล่าว สรุปว่า 5 พฤติกรรมของกกต. ที่ก่อให้เกิดความไม่ไว้วางใจคือ 1.ออกระเบียบกกต. เกี่ยวกับการเลือกสว.ที่อาจจะยังไม่รัดกุมเพียงพอในการป้องกันการทุจริต ซึ่งมีการออกระเบียบมา 6 ฉบับ เช่นการกำหนดให้ผู้สมัครใช้เบอร์เดียวกันสำหรับรอบเช้าและรอบบ่าย ทำให้สามารถเขียนเบอร์ผู้สมัครเหล่านี้ในโพยใบสั่งที่จะทำตั้งแต่วันก่อนเลือกได้ 2.การตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครที่อาจจะยังไม่รอบคอบเพียงพอ เช่น อาจจะมีผู้สมัครบางคนขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม เช่นนายคอดียะฮ์ ทรงงาม ที่มีผู้ร้องเรียนเข้าไปว่าขณะนั้นเป็นที่ปรึกษานายกอบจ.จังหวัดอ่างทองในปี 2564-2567 และยังไม่พ้นจากตำแหน่ง หรือกรณีของการกรอกข้อมูลเท็จในใบสมัครและใบแนะนำตัว การสมัครผิดกลุ่มหรือในกลุ่มที่ไม่มีคุณสมบัติ นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า 3.การปล่อยปละละเลยการทุจริตที่อาจจะเกิดขึ้นในวันเลือกสว. โดยเฉพาะการเลือกระดับประเทศ 4.ข้อสงสัยหรือข้อครหาเกี่ยวกับการเตะถ่วงคดีและการตั้งคณะอนุขึ้นมาฟอกขาวในคดีดังกล่าว ซึ่งตนมีคำถามอยากฝากไปถึง กกต.ว่า 7 อนุวินิจฉัยชุดที่ 36 นั้นใครเป็นคนเสนอ หน่วยงานต้องสังกัดคืออะไร มาจากอนุ 35 ชุด หรือมาจากคนนอก ตั้งแต่มีรัฐธรรมนูญปี 2560 มีการเสนออนุชุดพิเศษเหมือนอนุชุดที่ 36 มาแล้วกี่ครั้ง ตั้งขึ้นมาเพื่อพิจารณาคดีอะไรบ้าง ให้เหตุผลว่าอะไร นายพริษฐ์ กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตาม คณะอนุชุดที่ 36 ถูกตั้งคำถามเรื่องความเป็นกลาง รวมถึงมีการตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องคุณสมบัติ ปัญหาที่เกิดขึ้นหลังจากคดีผ่านมาสองปีคือเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะ กกต.ต้องมีการรับรองจากสว. ขณะเดียวกันก็ยังมีสว.บางส่วนที่ลาออกจากกรรมาธิการสอบประวัติผู้ถูกเสนอชื่อเป็น ป.ป.ช. โดยให้เหตุผลว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อน แต่ครั้งถัดมากับมีการนั่งในรายชื่อคณะกรรมาธิการสอบประวัติผู้ถูกเสนอชื่อเป็นกกต. ทั้งนี้ จากที่ตนตรวจสอบพบว่าในส.ว. 229 คนไม่มีใครที่คณะกรรมาธิการสอบประวัติ นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า และ 5.ซึ่งเป็นสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น แต่เรากังวลว่าจะเกิดขึ้นคือการเตรียมเป่าคดี อ้างหลักฐานไม่เพียงพอหรือไม่เพื่อให้เรื่องไปไม่ถึงศาล โดยหลักฐานไม่ต้องชัดจนถึงขั้นพิสูจน์ว่ามีการทุจริตหรือไม่ แต่หากหลักฐานมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริตกกต.ก็มีหน้าที่…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



