‘ประเสริฐ’ เผย ร.ร.เอกชน กทม.ปิดแล้ว 4 แห่ง สั่งจับตาเพิ่ม พร้อมถกปมครูต่างชาติขอส่งเงินเข้ากองทุนฯ
อัปเดตเมื่อ: 10 สิงหาคม 2569 เวลา 13:54อ่าน 2 นาที

‘ประเสริฐ’ เผย ร.ร.เอกชน กทม.ปิดแล้ว 4 แห่ง สั่งจับตาเพิ่ม พร้อมถกปมครูต่างชาติขอส่งเงินเข้ากองทุนฯ เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
(ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) ว่า ที่ประชุมได้หารือกรณีครูต่างชาติขอส่งเงินสมทบเข้ากองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน
ซึ่งที่ประชุมยังมีความเห็นที่แตกต่างกัน เนื่องจากระเบียบปัจจุบันกำหนดให้ผู้ส่งเงินสมทบต้องส่งต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 10 ปี จึงจะได้รับสิทธิประโยชน์จากกองทุนฯ
รายละเอียดเพิ่มเติม
แต่ปัจจุบันครูต่างชาติส่วนใหญ่อาศัย และทำงานในประเทศไทยเฉลี่ยเพียง 6-7 ปี อีกทั้งจำนวนผู้ที่ยื่นขอส่งเงินสมทบเข้ากองทุนยังมีไม่มากนัก
ที่ประชุมจึงเห็นควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกลับไปศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม รวมทั้งพิจารณาข้อดีและข้อเสียอย่างรอบด้าน เพื่อประกอบการตัดสินใจต่อไป นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้
ที่ประชุมยังติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานด้านอื่นๆ อาทิ การประสานงานกับกระทรวงการคลัง กรณีโรงเรียนเอกชนนอกระบบ เช่น โรงเรียนสอนขับรถยนต์ และสถานศึกษานอกระบบประเภทอื่นๆ
สถานการณ์ล่าสุด
ที่ขอรับการยกเว้นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงภาษีโรงเรือน “ส่วนปัญหาโรงเรียนเอกชน ขอปิดกิจการเนื่องจากสภาพเศรษฐกิจและอัตราการเกิดที่ลดลงนั้น ล่าสุดมีโรงเรียนเอกชนในกรุงเทพฯ
ยื่นขอปิดกิจการแล้ว 4 แห่ง ซึ่งถือเป็นเรื่องภายในของโรงเรียน ศธ.ไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้มาก เว้นแต่โรงเรียนจะร้องขอความช่วยเหลือ อย่างไรก็ตาม
หากโรงเรียนปิดกิจการและนักเรียนสามารถย้ายไปศึกษาในสถานศึกษาอื่นได้ ก็จะไม่ส่งผลกระทบต่อผู้เรียน
มุมมองและผลกระทบ
พร้อมมอบหมายให้มีการสำรวจเพิ่มเติมว่าจะมีโรงเรียนเอกชนขอปิดกิจการเพิ่มขึ้นอีกหรือไม่” นายประเสริฐ กล่าว รัฐมนตรีว่าการ ศธ. กล่าวต่อว่า ที่ประชุม
ยังได้หารือเรื่องการเปิดศูนย์การเรียนตามมาตรา 12 โดยขณะนี้มีผู้ยื่นขอจัดตั้งศูนย์การเรียนจำนวนมากมายังสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จึงมอบหมายให้ สพฐ.และ
สช.ร่วมกันพิจารณารายละเอียดและแนวทางดำเนินการในเรื่องดังกล่าวต่อไป
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



