ปภ. เผยสถานการณ์น้ำโขง จ.บึงกาฬ อยู่ในระดับเฝ้าระวัง
อัปเดตเมื่อ: 10 สิงหาคม 2569 เวลา 21:04อ่าน 3 นาที

วันนี้ (10 ส.ค.2569) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยสถานการณ์ระดับน้ำในแม่น้ำโขง จ.บึงกาฬ ว่า วันนี้ เวลา 08.00 น. ระดับน้ำในแม่น้ำโขงอยู่ที่ 12.06 เมตร
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ซึ่งอยู่ในระดับแจ้งเตือนเฝ้าระวัง (ธงเหลือง) ตามแผนเผชิญเหตุอุทกภัย จ.บึงกาฬ แต่ยังต่ำกว่าระดับตลิ่ง ปภ.จังหวัดบึงกาฬ เตรียมความพร้อมและได้แจ้งเตือนประชาชนอย่างต่อเนื่อง
ให้เฝ้าระวังฝนตกหนัก น้ำหลาก ดินถล่ม รวมถึงสถานการณ์น้ำในแม่น้ำโขงและแม่น้ำสงคราม มาตั้งแต่วันที่ 5 และ 7 ส.ค.2569 พร้อมทั้งได้ส่งการแจ้งเตือนผ่านระบบ Cell Broadcast เมื่อวันที่ 9
รายละเอียดเพิ่มเติม
ส.ค.2569 เวลา 18.00 น. "แจ้งระดับน้ำแม่น้ำโขงเพิ่มสูงขึ้น" และให้ประชาชนในพื้นที่ 4 อำเภอที่ติดแม่น้ำโขง ได้แก่ อ.เมืองบึงกาฬ อ.ปากคาด อ.บุ่งคล้า และ อ.บึงโขงหลง
พร้อมขอให้ติดตามสถานการณ์และปฏิบัติตามคำแนะนำของทางราชการ ขณะเดียวกัน จ.บึงกาฬ ได้จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำในแม่น้ำโขง ตลอด 24 ชั่วโมง
พร้อมขึ้นธงเหลืองแจ้งเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังระดับน้ำอย่างใกล้ชิด ด้านศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 7 สกลนคร ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ขนาดท่อส่ง 14 นิ้ว
สถานการณ์ล่าสุด
ตั้งแต่ก่อนเข้าสู่ฤดูฝนที่บริเวณจุดเสี่ยงโรงเรียนบึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ เพื่อประจำการสูบระบายน้ำเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน ขณะที่ ระดับน้ำในแม่น้ำโขง ที่ จ.นครพนม
มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง และคาดว่าจะล้นตลิ่งในพื้นที่ลุ่มต่ำ ช่วงวันที่ 10-14 ส.ค.2569 ในพื้นที่ อ.เมืองฯ อ.ท่าอุเทน อ.ธาตุพนม อ.บ้านแพง
ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำโขง ยกของขึ้นที่สูง เคลื่อนย้ายรถ ดูแลกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง
มุมมองและผลกระทบ
และติดตามข่าวสารจากทางราชการในพื้นที่อย่างใกล้ชิด หากต้องการความช่วยเหลือ ให้แจ้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อปท. ในพื้นที่ หรือสายด่วนนิรภัย 1784 รัฐบาลสั่งตั้งวอร์รูม 24 ชม.
รับมือน้ำท่วม-ภัยแล้งภาคเหนือ ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือ ว่า
นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งภาคเหนือ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ได้มีข้อสั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับรูปแบบการทำงานเข้าสู่การบริหารจัดการเชิงรุก เพื่อรับมือกับสภาพอากาศที่แปรปรวนขั้นสุด จากการประเมินสภาพอากาศร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา
พบว่า ภาคเหนือยังเผชิญความเสี่ยงหลายด้าน ทั้งฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และภัยแล้งในบางพื้นที่ จึงกำชับให้ทุกจังหวัดเตรียมพร้อม โดยจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ย่อย
และเตรียมกำลังคน เครื่องจักรกล และรถสูบน้ำให้พร้อมปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ ในข้อสั่งการดังกล่าว ยังกำชับเรื่องการประเมินความเสี่ยง
โดยหากประเมินแล้วพบว่ามีความเสี่ยงภัยสูง ให้จังหวัดพิจารณาใช้เงินทดรองราชการกรณีฉุกเฉินได้ทันที เพื่อบรรเทาความเสียหายล่วงหน้า และต้องไม่ปล่อย…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส



