ข้ามไปยังเนื้อหา

‘ศุภชัย’ ขอประธานสภาวินิจฉัยขอบเขตอำนาจ กมธ.35 คณะ หลังพบบางคณะทำงานคาบเกี่ยวกัน

อัปเดตเมื่อ: 20 สิงหาคม 2569 เวลา 17:31อ่าน 3 นาที

‘ศุภชัย’ ขอประธานสภาวินิจฉัยขอบเขตอำนาจ กมธ.35 คณะ หลังพบบางคณะทำงานคาบเกี่ยวกัน
แชร์ข่าวนี้

‘ศุภชัย’ ขอประธานสภาฯ วินิจฉัยขอบเขตอำนาจ กมธ. 35 คณะ หวั่นงานซ้ำซ้อน-ก้าวล่วงหน้าที่กัน หลังพบบางคณะทำงานคาบเกี่ยวกัน เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ที่รัฐสภา นายศุภชัย

อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper

ประเด็นสำคัญ

ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย แถลงข่าวว่า ขอให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร

พิจารณาวินิจฉัยและกำหนดแนวทางเกี่ยวกับขอบเขตหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมาธิการ(กมธ.)สามัญประจำสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 35 คณะ เพื่อให้การพิจารณาศึกษา สอบหาข้อเท็จจริง

รายละเอียดเพิ่มเติม

และดำเนินการในเรื่องต่างๆ เป็นไปตามภารกิจและขอบเขตความรับผิดชอบของแต่ละคณะอย่างชัดเจน นายศุภชัย กล่าวต่อว่า ในทางปฏิบัติการทำงานของ กมธ.บางคณะอาจมีประเด็นซ้ำซ้อนหรือคาบเกี่ยวกัน

โดยเฉพาะการสอบหาข้อเท็จจริง การเรียกบุคคลหรือหน่วยงานมาให้ข้อมูล หรือการดำเนินการในเรื่องที่เนื้อหาอาจอยู่ในหน้าที่และอำนาจของ กมธ.อีกคณะโดยตรง จึงอาจเกิดปัญหาว่า

กมธ.แต่ละคณะมีขอบเขตในการพิจารณาหรือสอบหาข้อเท็จจริงได้เพียงใด และหากเรื่องหนึ่งเกี่ยวข้องกับ กมธ. มากกว่า 1 คณะ จะใช้หลักเกณฑ์ใดในการแบ่งแยก ประสานงาน หรือกำหนดคณะเจ้าของเรื่อง

สถานการณ์ล่าสุด

ซึ่งการใช้อำนาจของ กมธ. ต้องอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ กฎหมาย ข้อบังคับการประชุมสภาฯ และต้องสอดคล้องกับขอบเขตหน้าที่และอำนาจของแต่ละคณะ หากไม่มีแนวทางที่ชัดเจน

อาจทำให้เกิดการปฏิบัติหน้าที่ซ้ำซ้อน เพราะการเรียกบุคคลหรือหน่วยงานเดียวกันมาชี้แจงในเรื่องเดียวกันหลายครั้ง หรือเกิดข้อโต้แย้งเกี่ยวกับอำนาจของ กมธ.

อาจกระทบต่อประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือของการทำหน้าที่ นายศุภชัย กล่าวต่อว่า ขอให้ประธานสภาฯ พิจารณา 4 ประเด็นสำคัญ คือ1.วินิจฉัยขอบเขตหน้าที่และอำนาจของ กมธ. แต่ละคณะ

มุมมองและผลกระทบ

ตามข้อบังคับการประชุมสภาฯ รวมถึงกรณีที่ กมธ. จะพิจารณาหรือสอบหาข้อเท็จจริงในเรื่องที่ไม่ได้อยู่ในขอบเขตหน้าที่และอำนาจโดยตรง ว่าสามารถดำเนินการได้หรือไม่และเพียงใด

2.กำหนดหลักเกณฑ์กรณีเรื่องหนึ่งเกี่ยวข้องกับ กมธ. ตั้งแต่ 2 คณะขึ้นไป ว่าจะกำหนดคณะเจ้าของเรื่องหรือประสานการทำงานระหว่างกันอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดการดำเนินงานซ้ำซ้อน

3.วินิจฉัยกรณี กมธ. คณะหนึ่งดำเนินการในเรื่องที่โดยสาระสำคัญอยู่ในหน้าที่และอำนาจของอีกคณะโดยเฉพาะ รวมถึงการสอบหาข้อเท็จจริงหรือเรียกบุคคลและหน่วยงานมาชี้แจง

ข้อมูลจากแหล่งข่าว

ว่าการดำเนินการดังกล่าวอยู่ภายในขอบเขตอำนาจตามข้อบังคับหรือไม่ และ4.พิจารณากำหนดแนวปฏิบัติกลางสำหรับ กมธ. ทั้ง 35 คณะ เพื่อป้องกันการใช้อำนาจซ้ำซ้อน

การก้าวล่วงขอบเขตหน้าที่ระหว่างกัน และลดภาระแก่หน่วยงานของรัฐหรือบุคคลที่ถูกเรียกมาชี้แจงในเรื่องเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน “การมีคำวินิจฉัยหรือแนวปฏิบัติที่ชัดเจน

จะเป็นประโยชน์ต่อการทำหน้าที่ของ กมธ. ทุกคณะ และช่วยวางบรรทัดฐานการใช้อำนาจของ กมธ. ให้เป็นไปตามหลักนิติรัฐ มีความชัดเจน โปร่งใส ไม่ซ้ำซ้อน

ไม่เกินขอบเขตหน้าที่และอำนาจที่ข้อบังคับกำหนด”นายศุภชัย กล่าว

อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน

ถ้าชอบข่าวนี้ ช่วยแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วย
แหล่งข่าว: มติชน · ‘ศุภชัย’ ขอประธานสภาวินิจฉัยขอบเขตอำนาจ กมธ.35 คณะ หลังพบบางคณะทำงานคาบเกี่ยวกัน
เลื่อนลงเพื่ออ่านข่าวถัดไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง